ธุรกิจโต ควรเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศอะไรก่อนให้เหมาะกับทีมและงาน 

บทความ 2

ช่วงเริ่มธุรกิจ เราอาจใช้เฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้นให้ทำงานได้หลายหน้าที่ แต่เมื่อยอดขาย งาน และจำนวนคนเริ่มโต สิ่งที่ตามมาคือพื้นที่เดิมเริ่มไม่พอครับ บางบริษัทต้องรับพนักงานเพิ่ม บางแห่งมีลูกค้าเข้ามาประชุมบ่อยขึ้น บางทีมเริ่มมีหัวหน้าหรือผู้จัดการ ขณะที่บางออฟฟิศยังมีจำนวนคนเท่าเดิม แต่เอกสารและอุปกรณ์เพิ่มจนพื้นที่ทำงานเริ่มแน่น 

สำหรับพี่ยศ การขยายออฟฟิศไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “บริษัทโตแล้วควรซื้ออะไรเพิ่มบ้าง” แต่ควรถามก่อนว่า “ตอนนี้ธุรกิจกำลังโตตรงไหน และอะไรคือจุดที่เริ่มติดขัด” เพราะถ้าเพิ่มถูกจุด เราไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างพร้อมกัน และไม่ต้องรื้อออฟฟิศใหม่ทุกครั้งที่ทีมโต 

คำตอบสั้นๆ คือ ถ้าคนเพิ่มให้เพิ่มพื้นที่ทำงาน ถ้าลูกค้าเข้ามากขึ้นให้เพิ่มพื้นที่ประชุม ถ้ามีหัวหน้าทีมชัดขึ้นค่อยจัดโซนผู้จัดการ ถ้าของล้นให้แก้เรื่องการจัดเก็บ และถ้ามีการสอนงานหรืออบรมบ่อยค่อยเพิ่มพื้นที่ฝึกอบรม 

ถ้าธุรกิจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทีม 1–5 คน และยังไม่แน่ใจว่าควรมีของอะไรให้ครบก่อน พี่ยศสรุปไว้ในบทความ [เปิดออฟฟิศ SME ทีม 1–5 คน ต้องมีเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศอะไรบ้าง] 

พนักงานเพิ่ม ให้เพิ่มพื้นที่ทำงานด้วยโต๊ะทำงานกลุ่มก่อน 

ถ้างานเพิ่มจนต้องรับคนเพิ่ม สิ่งแรกที่ควรขยายคือ โต๊ะทำงานกลุ่ม ให้เพียงพอกับจำนวนทีม เพราะการเพิ่มโต๊ะเดี่ยวทีละตัวโดยไม่ได้มองภาพรวม อาจทำให้ทางเดินแคบ พื้นที่กระจัดกระจาย และขยายต่อยาก 

ถ้ารู้ว่าทีมยังมีโอกาสโตต่อ พี่ยศจะมองเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับการต่อขยาย เช่น ProZone โต๊ะทำงานกลุ่ม U-Shape ขนาด 1.2 เมตร รุ่น JS-F030-ProZone-PWork-A1-W120 ซึ่งรองรับชุดต่อขยาย PWorkExtend และมีรุ่นตัวต่อขนาด 1.2 เมตร JS-F030-ProZone-PWorkExtend-A1-W120 ทำให้เพิ่มพื้นที่ทำงานจากของเดิมได้โดยไม่ต้องเริ่มวางใหม่ทั้งหมด 

ลูกค้าเข้าบริษัทบ่อยขึ้น ให้เพิ่มโต๊ะประชุมก่อนขยายพื้นที่อื่น 

บางบริษัทจำนวนพนักงานยังไม่มาก แต่เริ่มมีลูกค้า คู่ค้า หรือทีมภายนอกเข้ามาคุยงานบ่อยขึ้น ช่วงแรกอาจใช้โต๊ะทำงานกลุ่มประชุมกันได้ แต่ถ้าการประชุมเริ่มรบกวนคนที่กำลังทำงาน หรือมีเรื่องที่ต้องคุยเป็นสัดส่วน นั่นคือสัญญาณว่าควรเพิ่มพื้นที่ประชุม 

ในกรณีนี้ควรดู โต๊ะประชุม ตามจำนวนคนและขนาดพื้นที่จริง เช่น STARLIGHT มีโต๊ะประชุมตั้งแต่ 1.8, 2.4, 2.8 ถึง 3.2 เมตร ทำให้เลือกขนาดได้ตามลักษณะการใช้งานโดยไม่ต้องซื้อใหญ่เกินความจำเป็น 

สำหรับทีมที่เริ่มมีการประชุมจริงจัง โต๊ะประชุม STARLIGHT ขนาด 2.4 เมตร รุ่น JS-F030-Starlight-Meet-S1-W240 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถต่อยอดจากโทนเฟอร์นิเจอร์เดิมได้ 

มีหัวหน้าทีมหรือผู้จัดการเพิ่ม ค่อยจัดโซนให้บทบาทชัดขึ้น 

ธุรกิจที่โตขึ้นมักเริ่มมีการแบ่งหน้าที่ชัดกว่าเดิม จากทุกคนนั่งทำงานร่วมกัน กลายเป็นมีหัวหน้าทีม ผู้จัดการ หรือผู้บริหารที่ต้องดูเอกสาร คุยงานแบบ 1 ต่อ 1 หรือรับแขกเป็นบางครั้ง 

จุดนี้ไม่จำเป็นต้องสร้างห้องใหม่ทันทีครับ แต่สามารถเริ่มจากการจัดโซนและเลือก โต๊ะผู้จัดการ ให้เหมาะกับบทบาท เช่น STARLIGHT รุ่น JS-F030-Starlight-Mgr-S1-W160-180LR ขนาด 1.6–1.8 เมตร พร้อมตู้ข้าง ช่วยรวมพื้นที่ทำงานและพื้นที่เก็บของไว้ด้วยกัน 

ถ้าธุรกิจโตไปถึงจุดที่ผู้บริหารต้องมีพื้นที่รับแขกหรือทำงานเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงค่อยพิจารณาโต๊ะผู้บริหาร เช่น MOONLIGHT ขนาด 2 เมตร รุ่น JS-F030-MoonLight-Ex-W1-W200LR ซึ่งเป็นโต๊ะพร้อมตู้ข้าง 

ของเริ่มล้นโต๊ะ ให้เพิ่มตู้เอกสารก่อนซื้อโต๊ะเพิ่ม 

อีกสัญญาณที่เห็นง่ายมากคือ พื้นที่ทำงานเริ่มกลายเป็นที่วางแฟ้ม กล่อง อุปกรณ์ และของส่วนกลาง ถ้าปัญหาคือของไม่มีที่เก็บ การซื้อโต๊ะเพิ่มอาจไม่ได้แก้ปัญหาครับ เพราะโต๊ะใหม่ก็มีโอกาสกลายเป็นพื้นที่วางของเพิ่มอีก 

พี่ยศจึงแนะนำให้แก้ที่ ตู้เอกสาร ก่อน โดยดูทั้งปริมาณของและพื้นที่ที่มี ถ้าต้องการใช้พื้นที่แนวตั้งให้คุ้ม STARLIGHT มีตู้เอกสารสูง 2 เมตร 3 หน้าบาน กว้าง 1.2 เมตร รุ่น JS-F030-Starlight-200Doc-W1-W120 เป็นอีกทางเลือกสำหรับออฟฟิศที่เริ่มมีของมากขึ้น 

เริ่มเทรนทีมบ่อย เพิ่มโต๊ะเทรนนิ่งให้พื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ 

เมื่อธุรกิจรับคนใหม่บ่อยขึ้น การสอนงาน ประชุมทีม หรืออบรมลูกค้าอาจกลายเป็นกิจกรรมประจำ ถ้าต้องย้ายโต๊ะทำงานทุกครั้งเพื่อจัดห้อง พี่ยศมองว่าถึงเวลาคิดเรื่องพื้นที่ฝึกอบรมแล้วครับ 

กลุ่ม โต๊ะเทรนนิ่ง จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานบ่อย อย่าง ProTraining รุ่น JS-F030-ProTraining-TTable-S1-W140-DOAK เป็นโต๊ะเทรนนิ่งพับเก็บได้ ขนาด 1.4 เมตร และมีล้อ ช่วยให้จัดห้องใหม่หรือเก็บคืนพื้นที่ได้ง่ายกว่าโต๊ะทำงานทั่วไป 

ถ้าต้องเลือกเพิ่มก่อนจริงๆ ให้ดูว่าอะไรขวางการเติบโตอยู่ 

ถ้าให้พี่ยศชี้เป้าแบบง่ายที่สุด ลำดับไม่ได้เหมือนกันทุกบริษัทครับ แต่ให้เริ่มจากสิ่งที่กระทบการทำงานตรงหน้ามากที่สุด: คนไม่มีที่นั่งให้เพิ่มพื้นที่ทำงานก่อน, ลูกค้ามาแล้วไม่มีที่คุยให้เพิ่มโต๊ะประชุม, ของล้นให้เพิ่มตู้, มีหัวหน้าทีมชัดขึ้นค่อยจัดโซนผู้จัดการ และมีการอบรมเป็นประจำจึงเพิ่มโต๊ะเทรนนิ่ง 

สำหรับธุรกิจที่กำลังเพิ่มพนักงานต่อเนื่อง “โต๊ะทำงานกลุ่มที่ต่อขยายได้” มักเป็นชิ้นที่ควรพิจารณาก่อน เพราะเกี่ยวกับที่นั่งทำงานโดยตรง และเป็นฐานของการจัดพื้นที่ส่วนอื่น ส่วนเฟอร์นิเจอร์ประเภทผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือ Training ควรเพิ่มเมื่อรูปแบบงานต้องใช้จริง 

แนวคิดนี้สอดคล้องกับการจัดพื้นที่ให้โตไปพร้อมกับธุรกิจ คือไม่ซื้อเผื่อทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แต่สิ่งที่ซื้อควรต่อยอดได้ และช่วยลดทั้งงบ เวลา พื้นที่ และงานจัดการในวันที่ต้องขยาย 

ถ้าธุรกิจกำลังโต แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเพิ่มโต๊ะทำงาน โต๊ะประชุม ตู้เอกสาร หรือจัดโซนผู้จัดการก่อน ส่งจำนวนทีม ลักษณะงาน และขนาดพื้นที่มาให้ ทีมพี่ยศ ช่วยดูได้ครับ พี่ยศจะช่วยจัดลำดับว่าควรเพิ่มอะไรตอนนี้ อะไรรอได้ และควรวางพื้นที่ยังไงให้ของเดิมยังใช้งานต่อได้ 

FAQ

ธุรกิจมีพนักงานเพิ่ม ควรเพิ่มโต๊ะเดี่ยวหรือโต๊ะทำงานกลุ่ม? 

ถ้าทีมเพิ่มต่อเนื่อง โต๊ะทำงานกลุ่มช่วยจัดพื้นที่เป็นระบบและวางแผนการขยายได้ง่ายกว่า แต่ควรดูรูปแบบงานและพื้นที่จริงร่วมด้วย 

บริษัทเล็กจำเป็นต้องมีโต๊ะผู้จัดการหรือโต๊ะผู้บริหารไหม? 

ไม่จำเป็นครับ ควรเพิ่มเมื่อบทบาทงานต้องการพื้นที่เฉพาะ เช่น คุยงาน 1 ต่อ 1 รับแขก หรือจัดเก็บเอกสารของตำแหน่งนั้น 

ควรเพิ่มโต๊ะประชุมเมื่อไร? 

เมื่อการประชุมเริ่มรบกวนพื้นที่ทำงานหลัก มีลูกค้าเข้าบริษัทบ่อย หรือทีมต้องประชุมพร้อมกันหลายคน การแยกพื้นที่ประชุมจะช่วยให้การทำงานเป็นระบบขึ้น 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ ข้อมูลเพิ่มเติม