เวลามีลูกค้า SME มาคุยกับพี่ยศเรื่องจัดออฟฟิศ หนึ่งในประโยคที่ได้ยินบ่อยคือ “พี่ยศครับ ผมมีงบเท่านี้ จัดอย่างไรให้ครบ?”
พี่ยศมองว่า คำถามแรกไม่ควรเป็น “โต๊ะตัวไหนถูกที่สุด” แต่ควรถามว่าตอนนี้ธุรกิจต้องใช้อะไร และอีก 1–2 ปีข้างหน้า ออฟฟิศนี้ต้องรองรับอะไรบ้าง
เพราะงบจำกัดไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือใช้เงินไปแล้ว แต่เมื่อทีมเพิ่มกลับต้องรื้อพื้นที่ ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ หรือสินค้าที่ซื้อเพิ่มภายหลังไม่เข้ากับของเดิม
จากประสบการณ์ของพี่ยศ การจัดออฟฟิศให้คุ้มจึงไม่ใช่การซื้อของให้ถูกที่สุด แต่คือ ใช้เงินกับสิ่งจำเป็นในวันนี้ โดยไม่สร้างค่าใช้จ่ายซ้ำที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในอนาคต
สรุปสั้น ๆ จัดออฟฟิศงบจำกัดให้คุ้มต้องทำอย่างไร
หลักสำคัญของการจัดออฟฟิศงบน้อยสำหรับ SME มี 5 ข้อ
- สำรวจจำนวนพนักงานปัจจุบันและแผนเพิ่มทีมในอีก 1–2 ปี
- วาง Layout ก่อนเลือกโต๊ะ ตู้ หรือเก้าอี้
- ลงทุนกับพื้นที่ทำงานหลักก่อนพื้นที่ตกแต่ง
- แบ่งการซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็น Phase ตามความจำเป็น
- เลือกสินค้าที่สามารถซื้อเพิ่ม จัดต่อ หรือปรับพื้นที่ได้ในอนาคต
วิธีนี้ช่วยให้ออฟฟิศเปิดใช้งานได้จริงภายใต้งบประมาณที่มี และลดโอกาสต้องรื้อหรือซื้อใหม่ทั้งหมดเมื่อธุรกิจเติบโต
งบจัดออฟฟิศมีจำกัด ควรเริ่มลงทุนตรงไหนก่อน
หากมีงบประมาณจำกัด พี่ยศแนะนำว่าอย่าเริ่มจากคำถามว่า “อยากได้อะไรบ้าง” แต่ควรแบ่งรายการออกเป็นของที่ต้องมีเพื่อเปิดใช้งานออฟฟิศได้จริงกับของที่สามารถเพิ่มภายหลังได้
เริ่มจากพื้นที่ทำงานหลักก่อน
ตัวอย่างเช่น SME ที่กำลังเปิดออฟฟิศใหม่ มีเจ้าของหรือผู้จัดการ 1 คน และพนักงาน 6 คน สิ่งสำคัญในช่วงแรกอาจประกอบด้วย
- โต๊ะทำงานและเก้าอี้สำหรับพนักงาน 6 คน
- พื้นที่ทำงานสำหรับเจ้าของหรือผู้จัดการ
- ตู้เอกสารที่เพียงพอต่อการใช้งาน
- จุดวางอุปกรณ์สำนักงานที่ต้องใช้ร่วมกัน
- ระบบปลั๊กไฟและการจัดสายไฟที่พร้อมใช้งาน
- ทางเดินที่สะดวกและไม่กีดขวางการทำงาน
ส่วนเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง มุมพักผ่อน หรือพื้นที่บางประเภทที่ยังไม่ได้ใช้งานจริง สามารถกำหนดตำแหน่งไว้ใน Layout ก่อน แล้วค่อยลงทุนในระยะถัดไปได้
ทีมพี่ยศเจอลูกค้าหลายรูปแบบ บางบริษัทมีงบแต่พื้นที่จำกัด ขณะที่บางบริษัทมีพื้นที่พร้อมแต่งบต้องควบคุม สิ่งที่เหมาะกับแต่ละธุรกิจจึงไม่เหมือนกัน
หลักคิดง่าย ๆ คือ ลงทุนตามความสำคัญของการทำงาน ไม่ใช่ลงทุนตามจำนวนรายการที่อยากซื้อ
ควรแบ่งซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเป็นกี่ Phase
การแบ่งงบเป็น Phase ช่วยให้ SME ควบคุมกระแสเงินสดได้ง่ายกว่าการพยายามซื้อทุกอย่างให้ครบในครั้งเดียว
|
Phase |
รายการที่ควรพิจารณา |
เป้าหมาย |
|
Phase 1 เปิดใช้งาน |
โต๊ะ เก้าอี้ พื้นที่ผู้จัดการ ตู้ที่จำเป็น และระบบสายไฟ |
ทำให้ทีมเริ่มทำงานได้จริง |
|
Phase 2 เพิ่มประสิทธิภาพ |
โต๊ะประชุม ตู้เพิ่มเติม ฉากกั้น หรือพื้นที่รับรอง |
รองรับรูปแบบงานที่เกิดขึ้นจริง |
|
Phase 3 เสริมภาพลักษณ์ |
ของตกแต่ง มุมพักผ่อน และองค์ประกอบด้านแบรนด์ |
ทำให้พื้นที่สมบูรณ์และสะท้อนตัวตนองค์กร |
อย่างไรก็ตาม ลำดับของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน หากธุรกิจต้องรับลูกค้าเป็นประจำ พื้นที่ประชุมหรือมุมรับรองอาจต้องอยู่ใน Phase แรก ส่วนบริษัทที่ทำงานแบบ Hybrid อาจไม่จำเป็นต้องเตรียมโต๊ะประจำให้พนักงานทุกคน
ทำไมต้องวาง Layout ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์
เพราะเฟอร์นิเจอร์ราคาดีเพียงใด หากซื้อมาแล้ววางไม่ลง ทำให้ทางเดินแคบ เปิดตู้ไม่ได้ หรือเพิ่มโต๊ะไม่ได้เมื่อรับพนักงานใหม่ ก็อาจกลายเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายซ้ำ
ก่อนซื้อ พี่ยศอยากให้ SME ตอบอย่างน้อย 4 เรื่อง
|
เรื่องที่ต้องรู้ |
คำถามที่ควรถาม |
|
จำนวนคน |
วันนี้มีกี่คน และมีแผนเพิ่มพนักงานอีกกี่คน |
|
พื้นที่ |
โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ และทางเดินต้องใช้พื้นที่เท่าไร |
|
รูปแบบงาน |
ทำงานเดี่ยว ทำงานร่วมกัน หรือประชุมบ่อยเพียงใด |
|
การเติบโต |
หากทีมเพิ่ม จะวางโต๊ะหรือพื้นที่เก็บของเพิ่มตรงไหน |
การทำ Layout ตั้งแต่ต้นช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ไหนควรลงทุนก่อน พื้นที่ไหนยังรอได้ และควรเหลือบริเวณใดไว้รองรับการขยายทีม
ควรวัดมากกว่าความกว้างและความยาวของห้อง โดยต้องตรวจสอบตำแหน่งเสา ประตู หน้าต่าง กระจก ปลั๊กไฟ เครื่องปรับอากาศ และทิศทางการเปิดตู้หรือเลื่อนเก้าอี้ด้วย
นี่เป็นเหตุผลที่เวลา SME เข้ามาปรึกษาใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ทีมพี่ยศจะเริ่มจากจำนวนคน พื้นที่ รูปแบบการทำงาน และงบประมาณก่อนแนะนำสินค้า เพราะแนวทางของเราไม่ใช่เพียงขายเฟอร์นิเจอร์ แต่ช่วยวางพื้นที่ทำงานให้รองรับการเติบโตของธุรกิจ
คำนวณงบจัดออฟฟิศอย่างไรไม่ให้บานปลาย
การประเมินงบไม่ควรดูเฉพาะราคาของโต๊ะ เก้าอี้ และตู้ แต่ควรดูค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ทำให้ออฟฟิศพร้อมใช้งาน
งบจัดออฟฟิศทั้งหมด = ค่าเฟอร์นิเจอร์ + ค่าจัดส่งและติดตั้ง + ค่าอุปกรณ์ประกอบ + ค่าเตรียมพื้นที่ + งบสำรอง
ค่าใช้จ่ายที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ ได้แก่
- ค่าจัดส่งและขนสินค้าขึ้นอาคาร
- ค่าประกอบและติดตั้ง
- ค่าเจาะหรือยึดเฟอร์นิเจอร์บางประเภท
- ปลั๊กไฟ รางไฟ และอุปกรณ์จัดสาย
- ฉากกั้นหรืออุปกรณ์เสริม
- การรื้อหรือย้ายเฟอร์นิเจอร์เดิม
- เงื่อนไขการรับประกันและค่าใช้จ่ายหลังการขาย
- ภาษีมูลค่าเพิ่มและเงื่อนไขการชำระเงิน
เมื่อเปรียบเทียบใบเสนอราคา ควรตรวจสอบว่าแต่ละร้านรวมบริการอะไรไว้แล้วบ้าง เพราะราคาสินค้าเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ใช่ต้นทุนที่ทำให้ออฟฟิศพร้อมใช้งานจริง
ซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคาถูกที่สุด ทำไมอาจไม่ได้ประหยัดที่สุด
สมมติวันนี้เราประหยัดเงินจากโต๊ะได้หลายพันบาท แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งปีและต้องรับพนักงานเพิ่ม กลับหาสีเดิมไม่ได้ ขนาดโต๊ะไม่เข้ากัน หรือไม่สามารถวางต่อเป็นชุดได้ สุดท้ายอาจต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์หลายตัวพร้อมกัน
เงินที่ประหยัดได้ในวันแรกจึงอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่กว่าเดิมในอนาคต
พี่ยศจึงอยากให้พิจารณา “ความคุ้มตลอดอายุการใช้งาน” มากกว่าดูเฉพาะราคาซื้อ
ก่อนซื้อควรคิดถึงต้นทุนระยะยาว 5 เรื่อง
- คุณภาพเหมาะกับความถี่ในการใช้งานหรือไม่
- มีการรับประกันและบริการหลังการขายหรือไม่
- สามารถซื้อเพิ่มให้เข้ากับชุดเดิมได้หรือไม่
- รูปแบบและขนาดช่วยให้ปรับพื้นที่เมื่อทีมโตได้หรือไม่
- มีโชว์รูมให้ชมวัสดุ สี ขนาด และทดลองใช้งานจริงก่อนซื้อหรือไม่
ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ มีสินค้าพร้อมส่ง มีบริการจัดส่งและประกอบทั่วประเทศตามเงื่อนไข พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการจัดวางพื้นที่ และมีสินค้าจริงให้ชมและทดลองที่โชว์รูม ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนก่อนตัดสินใจของ SME ได้
สีเฟอร์นิเจอร์เกี่ยวข้องกับงบในอนาคตอย่างไร
เรื่องนี้หลายบริษัทอาจมองข้าม เพราะสีไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้ออฟฟิศดูสวย แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศและทำให้ภาพรวมของสำนักงานดูเป็นชุดเดียวกัน
สิ่งสำคัญสำหรับ SME คือ หากเลือกโทนสีและซีรีส์ให้ชัดตั้งแต่ต้น เมื่อธุรกิจเติบโตและต้องซื้อโต๊ะหรือตู้เพิ่ม ก็จะจัดพื้นที่ให้ต่อเนื่องกับของเดิมได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างหนึ่งคือซีรีส์STARLIGHT ของใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีทั้งโต๊ะทำงานโต๊ะทำงานกลุ่มโต๊ะผู้จัดการโต๊ะประชุม และตู้เอกสารในซีรีส์เดียวกัน
จึงสามารถใช้เป็นแนวคิดในการวางภาพรวมของพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น แล้วค่อยเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ตามการเติบโตของธุรกิจได้
พี่ยศไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ต้องใช้สีเดียวทั้งหมด แต่ควรกำหนด “ภาษาของพื้นที่” ให้ชัด เช่น
- โทนหลักของพื้นที่ทำงาน
- โทนห้องผู้จัดการ
- สีของตู้และพื้นที่จัดเก็บ
- สีที่ใช้เชื่อมแต่ละโซน
- สี Accent ที่สอดคล้องกับแบรนด์
เมื่อซื้อเพิ่มในอนาคต ออฟฟิศจะได้ไม่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หลายรุ่น หลายสี และหลายรูปแบบจนดูไม่ต่อเนื่องหรือรกสายตา

ธุรกิจกำลังเติบโตควรเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบไหน
คำถามที่พี่ยศอยากให้คิดคือ หากพนักงานเพิ่มอีก 30–50% จะเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่นี้
ไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเผื่อพนักงานที่ยังไม่มี แต่ควรวางระบบให้สามารถเพิ่มโต๊ะและที่นั่งได้ในอนาคต
เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับธุรกิจซึ่งกำลังเติบโตควรมีลักษณะดังนี้
- มีขนาดมาตรฐานที่สามารถนำมาจัดต่อกันได้
- เลือกโต๊ะเดี่ยวหรือโต๊ะกลุ่มได้ตามจำนวนคน
- มีระบบจัดเก็บและจัดสายไฟที่เป็นระเบียบ
- มีหลายประเภทสินค้าในโทนหรือซีรีส์เดียวกัน
- สามารถเพิ่มตู้ ฉากกั้น หรืออุปกรณ์เสริมภายหลังได้
- เคลื่อนย้ายหรือปรับ Layout ได้โดยไม่ต้องรื้อพื้นที่ทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น STARLIGHT มีทั้งโต๊ะทำงานเดี่ยวโต๊ะทำงานแบบกลุ่ม และโต๊ะผู้จัดการ
โต๊ะทำงานบางรุ่นมีพื้นที่จัดเก็บและระบบจัดการสายไฟ ส่วนโต๊ะผู้จัดการ STARLIGHT มีรูปแบบตู้ข้างและการจัดการสายไฟในตัว ช่วยให้วางพื้นที่ทำงานให้เป็นระเบียบและเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ภายหลังได้ง่ายขึ้น
เวลาทีมพี่ยศช่วยดูพื้นที่ เราจึงไม่ได้มองเพียงว่า “วันนี้วางได้กี่โต๊ะ” แต่จะมองต่อว่า หากเพิ่มคนแล้วทางเดินยังสะดวกหรือไม่ ต้องย้ายตู้หรือเปล่า และสามารถเพิ่มพื้นที่ทำงานโดยไม่รื้อของเดิมมากเกินไปได้หรือไม่
นี่คือความแตกต่างระหว่างซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้ครบวันนี้กับวางพื้นที่ทำงานให้พร้อมเติบโต
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งบจัดออฟฟิศบานปลาย
ปัญหาที่ทำให้ SME ต้องจ่ายเงินซ้ำมักเกิดจากการวางแผนก่อนซื้อไม่ครบถ้วน เช่น
- ซื้อเฟอร์นิเจอร์ก่อนทำ Layout
- เลือกโต๊ะขนาดใหญ่เกินพื้นที่
- ซื้อจำนวนเผื่อมากเกินกว่าที่จะใช้งานจริง
- ไม่เผื่อพื้นที่ทางเดินและการเปิดตู้
- มองข้ามตำแหน่งปลั๊กไฟและการจัดสาย
- เลือกสินค้าที่หาซื้อเพิ่มให้เข้าชุดเดิมได้ยาก
- เปรียบเทียบเฉพาะราคาสินค้าโดยไม่รวมค่าติดตั้ง
- ลงงบกับของตกแต่งก่อนพื้นที่ทำงานหลัก
- ไม่ตรวจสอบระยะเวลาส่งมอบและเงื่อนไขรับประกัน
การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ช่วยลดโอกาสต้องรื้อ ย้าย หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ก่อนเวลาอันควร
เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
ก่อนตัดสินใจ พี่ยศแนะนำให้ตรวจสอบทั้งงบประมาณและพื้นที่ตามรายการต่อไปนี้
1. จำนวนผู้ใช้งานจริง
อย่าซื้อจากจำนวนที่ “น่าจะใช้” เพียงอย่างเดียว ควรแยกจำนวนคนปัจจุบัน จำนวนผู้ที่เข้าออฟฟิศพร้อมกัน และจำนวนที่คาดว่าจะเพิ่มในอนาคต
2. ขนาดและข้อจำกัดของพื้นที่
วัดตำแหน่งเสา ประตู กระจก ทางเดิน ปลั๊กไฟ และพื้นที่เลื่อนเก้าอี้ ไม่ควรดูเฉพาะพื้นที่รวมเป็นตารางเมตร
3. รายการจำเป็นกับรายการที่รอได้
แบ่งงบเป็น Phase 1 และ Phase 2 เพื่อควบคุมเงินได้ง่ายกว่าการพยายามซื้อทุกอย่างในครั้งเดียว
4. รูปแบบการทำงาน
พิจารณาว่าพนักงานนั่งประจำ ใช้โต๊ะร่วมกัน ทำงานเป็นทีม ประชุมบ่อย หรือมีการทำงานแบบ Hybrid เพราะแต่ละรูปแบบต้องการจำนวนโต๊ะและพื้นที่แตกต่างกัน
5. โทนสีและซีรีส์สินค้า
คิดเผื่อการซื้อเพิ่ม เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ใหม่สามารถอยู่ร่วมกับของเดิมได้โดยไม่ทำให้ภาพรวมของออฟฟิศขาดความต่อเนื่อง
6. ค่าจัดส่ง ติดตั้ง และบริการหลังการขาย
ตรวจสอบต้นทุนให้ครบก่อนเปรียบเทียบราคา เพราะราคาสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้สะท้อนต้นทุนทั้งหมดของการเปิดออฟฟิศให้พร้อมใช้งาน
7. ใบเสนอราคาและระยะเวลาส่งมอบ
ควรให้ผู้ขายระบุจำนวนสินค้า ขนาด สี ค่าบริการ เงื่อนไขชำระเงิน ระยะเวลาส่งมอบ และการรับประกันอย่างชัดเจนก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ
งบจำกัดก็วางออฟฟิศให้พร้อมเติบโตได้
หากกำลังเปิดออฟฟิศใหม่ ย้ายสำนักงาน หรือมีแผนขยายทีม แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรแบ่งงบและพื้นที่อย่างไร พี่ยศแนะนำว่าอย่าเพิ่งเริ่มจากการซื้อเฟอร์นิเจอร์ทีละชิ้น
ลองเริ่มจากจำนวนคน ขนาดพื้นที่ งบประมาณ รูปแบบการทำงาน และแผนการเติบโต แล้วจึงพิจารณาว่าควรลงทุนกับอะไรในวันนี้ และรายการใดสามารถรอได้
สามารถปรึกษาทีมพี่ยศเรื่องการวาง Layout ขอใบเสนอราคา หรือนัดชมและทดลองสินค้าจริงได้ที่โชว์รูมสาขาพหลโยธิน พร้อมดูแคมเปญ Anniversary ของใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ เพื่อวางงบจัดออฟฟิศให้คุ้มตั้งแต่ต้น
เพราะออฟฟิศที่คุ้มไม่ใช่ออฟฟิศที่ซื้อของได้ถูกที่สุด แต่คือออฟฟิศที่วันนี้ทำงานได้ และเมื่อธุรกิจเติบโตในวันหน้า ก็ไม่ต้องเริ่มจัดใหม่ทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดออฟฟิศงบจำกัด
Q: จัดออฟฟิศงบน้อยควรเริ่มซื้ออะไรก่อน
A: ควรเริ่มจากสิ่งที่ทำให้ทีมทำงานได้จริง ได้แก่ โต๊ะทำงาน เก้าอี้ พื้นที่จัดเก็บที่จำเป็น ระบบปลั๊กและสายไฟ รวมถึงพื้นที่สำหรับเจ้าของหรือผู้จัดการ จากนั้นจึงเพิ่มพื้นที่ประชุม รับรอง และตกแต่งตามการใช้งานจริง
Q: ควรแบ่งงบจัดออฟฟิศอย่างไร
A: ไม่มีสัดส่วนเดียวที่เหมาะกับทุกบริษัท ควรแบ่งตามจำนวนคน ลักษณะงาน พื้นที่ และแผนการเติบโต โดยให้เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นต่อการทำงานมาก่อนของตกแต่ง พร้อมเผื่องบสำหรับการจัดส่ง ติดตั้ง และเตรียมพื้นที่ด้วย
Q: จัดออฟฟิศสำหรับพนักงาน 6 คนต้องมีอะไรบ้าง
A: ควรเริ่มจากโต๊ะและเก้าอี้สำหรับผู้ใช้งาน 6 คน พื้นที่เจ้าของหรือผู้จัดการ ตู้เก็บเอกสารที่จำเป็น จุดวางอุปกรณ์ส่วนกลาง และระบบสายไฟ ส่วนโต๊ะประชุมหรือมุมรับรองให้พิจารณาตามรูปแบบธุรกิจและความถี่ในการใช้งาน
Q: จำเป็นต้องทำ Layout ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือไม่
A: ควรทำ โดยเฉพาะสำนักงานที่มีพื้นที่จำกัด เพราะ Layout ช่วยตรวจสอบจำนวนที่นั่ง ทางเดิน ตำแหน่งตู้ จุดปลั๊กไฟ และพื้นที่ที่เหลือสำหรับเพิ่มทีมในอนาคต
Q: ซื้อเฟอร์นิเจอร์พร้อมกันทั้งหมดหรือแบ่งซื้อดีกว่า
A: หากงบจำกัด การแบ่งซื้อเป็น Phase มักช่วยควบคุมงบได้ง่ายกว่า โดยซื้อรายการที่จำเป็นต่อการเปิดใช้งานก่อน แล้วจึงเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ตามรูปแบบงานและจำนวนพนักงานจริง
Q: ทำไมไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์จากราคาถูกที่สุด
A: เพราะต้องพิจารณาคุณภาพ อายุการใช้งาน การรับประกัน บริการหลังการขาย และโอกาสซื้อเพิ่มให้เข้าชุดเดิมด้วย ราคาซื้อในวันนี้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด
Q: สีเฟอร์นิเจอร์สำคัญกับ SME อย่างไร
A: นอกจากช่วยสร้างบรรยากาศแล้ว การกำหนดโทนสีให้ชัดยังช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อเพิ่มในอนาคตเข้ากับพื้นที่เดิมได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาสำนักงานมีสินค้าหลายสีและหลายรูปแบบจนดูไม่เป็นชุดเดียวกัน
Q: หากบริษัทมีแผนเพิ่มพนักงาน ควรซื้อโต๊ะเผื่อเลยหรือไม่
A: ไม่จำเป็นเสมอไป พี่ยศแนะนำให้ “วางพื้นที่เผื่อ” มากกว่า “ซื้อของเผื่อ” เพื่อไม่ให้เงินจมอยู่กับที่นั่งที่ยังไม่ได้ใช้งาน แต่ควรเลือกซีรีส์และขนาดโต๊ะที่สามารถซื้อเพิ่มหรือจัดต่อกันได้
Q: ไปดูสินค้าจริงก่อนซื้อมีประโยชน์อย่างไร
A: ช่วยให้เห็นสี วัสดุ ขนาด และสัดส่วนจริง รวมถึงทดลองความแข็งแรงและความสบายก่อนตัดสินใจ ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดจากการดูภาพสินค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียว

พี่ยศ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ผู้ก่อตั้ง ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ที่มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงเฟอร์นิเจอร์สำนักงานคุณภาพดี ด้วยความเชี่ยวชาญในวงการเฟอร์นิเจอร์มากว่า 10 ปี ภายใต้แนวคิด คุ้มค่าเพื่อ SME มีบริการติดตั้งทั่วไทย ลูกค้าไว้ใจพร้อมลองของจริง



