จัดออฟฟิศงบจำกัดอย่างไร ให้คุ้มและพร้อมเติบโต 

Featured Image 1

เวลามีลูกค้า SME มาคุยกับพี่ยศเรื่องจัดออฟฟิศ หนึ่งในประโยคที่ได้ยินบ่อยคือ “พี่ยศครับ ผมมีงบเท่านี้ จัดยังไงให้ครบ?” 

พี่ยศมองว่า คำถามแรกไม่ควรเป็น “โต๊ะตัวไหนถูกที่สุด” แต่ควรเป็น ตอนนี้ธุรกิจต้องใช้อะไร และอีก 1–2 ปีข้างหน้าออฟฟิศนี้ต้องรองรับอะไรบ้าง 

เพราะงบจำกัดไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดครับ สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือใช้เงินไปแล้ว แต่พอทีมเพิ่มกลับต้องรื้อ ซื้อใหม่ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อเพิ่มภายหลังไม่เข้ากับของเดิม 

จากประสบการณ์ของพี่ยศ การจัดออฟฟิศให้คุ้มจึงไม่ใช่การซื้อของให้ถูกที่สุด แต่คือ ใช้เงินกับสิ่งที่จำเป็นในวันนี้ โดยไม่สร้างค่าใช้จ่ายซ้ำที่หลีกเลี่ยงได้ในวันหน้า 

งบจัดออฟฟิศมีจำกัด ควรเริ่มลงทุนตรงไหนก่อน? 

ถ้างบไม่ได้มีไม่จำกัด พี่ยศแนะนำว่าอย่าเริ่มจากคำถามว่า “อยากได้อะไรบ้าง” แต่ให้แยกเป็น ของที่ต้องมีเพื่อเปิดใช้งานออฟฟิศได้จริง กับ ของที่สามารถเพิ่มทีหลังได้ 

เริ่มจากพื้นที่ทำงานหลักก่อน 

ตัวอย่างเช่น SME ที่กำลังเปิดออฟฟิศใหม่ มีเจ้าของหรือผู้จัดการ 1 คน และพนักงาน 6 คน สิ่งสำคัญช่วงแรกอาจเป็นโต๊ะทำงาน เก้าอี้ พื้นที่ผู้จัดการ และพื้นที่เก็บเอกสารที่เพียงพอ 

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งหรือพื้นที่บางประเภทที่ยังไม่ได้ใช้งานจริง สามารถวางแผนตำแหน่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยลงทุนในระยะถัดไปได้ 

ทีมพี่ยศเจอลูกค้าหลายแบบครับ บางบริษัทมีงบแต่พื้นที่จำกัด บางบริษัทพื้นที่พร้อมแต่งบต้องควบคุม สิ่งที่เหมาะกับแต่ละบริษัทจึงไม่เหมือนกัน 

หลักคิดง่าย ๆ คือ ลงทุนตามความสำคัญของการทำงาน ไม่ใช่ลงทุนตามจำนวนรายการที่อยากซื้อ 

ทำไมต้องวางแผนพื้นที่ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์? 

เพราะเฟอร์นิเจอร์ราคาดีแค่ไหน ถ้าซื้อมาแล้ววางไม่ลง ทางเดินแคบ หรือเพิ่มโต๊ะไม่ได้เมื่อรับพนักงานใหม่ ก็อาจกลายเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายซ้ำ 

ก่อนซื้อ พี่ยศอยากให้ SME ตอบอย่างน้อย 4 เรื่อง 

เรื่องที่ต้องรู้ คำถามที่ควรถาม 
จำนวนคน วันนี้มีกี่คน และมีแผนเพิ่มกี่คน 
พื้นที่ โต๊ะ ตู้ และทางเดินใช้พื้นที่เท่าไร 
รูปแบบงาน ทำงานเดี่ยว ทำงานเป็นทีม หรือประชุมบ่อย 
การเติบโต ถ้าทีมเพิ่ม จะวางโต๊ะเพิ่มตรงไหน 

การทำ Layout ตั้งแต่ต้นช่วยให้เราเห็นว่า พื้นที่ไหนควรลงทุนก่อน พื้นที่ไหนรอได้ และควรเหลือพื้นที่ส่วนใดสำหรับการขยายทีม 

นี่เป็นเหตุผลที่เวลา SME เข้ามาปรึกษา ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ทีมพี่ยศจะพยายามเริ่มจากจำนวนคน พื้นที่ รูปแบบการทำงาน และงบประมาณ ก่อนแนะนำสินค้า เพราะแนวทางของเราไม่ใช่แค่ขายเฟอร์นิเจอร์ แต่ช่วยวาง Workspace ให้รองรับการเติบโตของธุรกิจ 

ซื้อของราคาถูกที่สุด ทำไมอาจไม่ได้ประหยัดที่สุด? 

สมมติวันนี้เราประหยัดเงินจากโต๊ะได้หลายพันบาท แต่พออีกปีรับพนักงานเพิ่มแล้วหาสีเดิมไม่ได้ ขนาดไม่เข้ากัน หรือวางต่อกันไม่ได้ สุดท้ายอาจต้องเปลี่ยนหลายตัวพร้อมกัน 

เงินที่ประหยัดได้ในวันแรกจึงอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่กว่าเดิมในอนาคต 

พี่ยศจึงอยากให้ดู “ความคุ้ม” มากกว่าดูเฉพาะ “ราคาซื้อ” 

ก่อนซื้อ ลองคิดต้นทุนระยะยาว 4 เรื่อง 

  1. คุณภาพเหมาะกับความถี่ในการใช้งานหรือไม่ 
  1. มีการรับประกันและบริการหลังการขายหรือไม่ 
  1. สามารถซื้อเพิ่มให้เข้ากับชุดเดิมได้หรือไม่ 
  1. รูปแบบและขนาดช่วยให้ปรับพื้นที่เมื่อทีมโตได้หรือไม่ 
  1. สามารถเห็นของจริงที่มี Showroom จำลองให้เราเห็นภาพก่อนการซื้อได้หรือไม่ 

ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ มีสินค้าพร้อมส่ง มีบริการจัดส่งและประกอบทั่วประเทศตามเงื่อนไข มีบริการให้คำปรึกษาการจัดวางพื้นที่ และมีสินค้าจริงให้ชมและทดลอง ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนก่อนตัดสินใจของ SME ได้ 

สีเฟอร์นิเจอร์เกี่ยวอะไรกับงบในอนาคต? 

เรื่องนี้หลายบริษัทมองข้ามครับ 

เวลาจัดออฟฟิศ สีไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้พื้นที่ดูสวย แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศและภาพรวมของสำนักงานให้เป็นชุดเดียวกัน 

ที่สำคัญสำหรับ SME คือ ถ้าเลือกโทนและซีรีส์ให้ชัดตั้งแต่ต้น เวลาธุรกิจโตแล้วต้องซื้อโต๊ะหรือตู้เพิ่ม การจัดพื้นที่ให้ต่อเนื่องกับของเดิมจะง่ายกว่า 

ตัวอย่างหนึ่งคือ STARLIGHT ของ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีทั้งโต๊ะทำงาน โต๊ะทำงานกลุ่ม โต๊ะผู้จัดการ โต๊ะประชุม และตู้เอกสารในซีรีส์เดียวกัน จึงสามารถใช้เป็นแนวคิดในการวางภาพรวมพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น แล้วค่อยเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ตามการเติบโตได้ 

พี่ยศไม่ได้หมายความว่าทุกออฟฟิศต้องใช้สีเดียวทั้งหมดนะครับ แต่ควรกำหนด “ภาษาของพื้นที่” ให้ชัด เช่น โทนหลักของพื้นที่ทำงาน โทนห้องผู้จัดการ และสีที่ใช้เชื่อมแต่ละโซน 

แบบนี้เวลาซื้อเพิ่มในอนาคต ออฟฟิศจะได้ไม่ต้องมีเฟอร์นิเจอร์หลายรุ่นหลายสีหลายแบบวางเป็นจับฉ่ายให้ดูรกตา ทำให้พื้นที่กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์คนละชุดที่นำมาวางรวมกัน 

ภาพประกอบ 1

ธุรกิจกำลังโต ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบไหน? 

คำถามที่พี่ยศอยากให้คิดคือ ถ้าพนักงานเพิ่มอีก 30–50% จะเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่นี้? 

ไม่จำเป็นต้องซื้อโต๊ะเผื่อพนักงานที่ยังไม่มี แต่ควรวางระบบให้เพิ่มได้ 

ตัวอย่างเช่น STARLIGHT มีทั้งโต๊ะทำงานเดี่ยว โต๊ะทำงานแบบกลุ่ม และโต๊ะผู้จัดการ โดยโต๊ะทำงานบางแบบมีพื้นที่จัดเก็บและการจัดการสายไฟรวมอยู่ด้วย ส่วนโต๊ะผู้จัดการ STARLIGHT มีรูปแบบตู้ข้างและการจัดการสายไฟในตัว 

ดังนั้นเวลาทีมพี่ยศช่วยดูพื้นที่ เราจะไม่ได้มองเพียงว่า “วันนี้วางได้กี่โต๊ะ” แต่จะมองต่อว่า ถ้าเพิ่มคนแล้ว ทางเดินยังดีไหม ต้องย้ายตู้หรือไม่ และสามารถต่อพื้นที่ทำงานเพิ่มโดยไม่รื้อของเดิมมากเกินไปหรือเปล่า 

นี่คือความแตกต่างระหว่าง ซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้ครบวันนี้ กับ วาง Workspace ให้พร้อมโต 

ก่อนสั่งซื้อ ควรเช็กอะไรเพื่อไม่ให้งบบานปลาย? 

พี่ยศแนะนำให้ทำรายการสุดท้ายก่อนตัดสินใจ โดยเช็กทั้งงบและพื้นที่พร้อมกัน 

1. จำนวนผู้ใช้งานจริง 

อย่าซื้อจากจำนวนที่ “น่าจะใช้” ให้แยกจำนวนคนปัจจุบันกับจำนวนที่คาดว่าจะเพิ่ม

2. ขนาดพื้นที่จริง 

วัดเสา ประตู กระจก ทางเดิน และตำแหน่งปลั๊ก ไม่ใช่ดูเฉพาะพื้นที่รวมเป็นตารางเมตร 

3. รายการจำเป็นกับรายการรอได้ 

แบ่งงบเป็น Phase 1 และ Phase 2 จะควบคุมเงินง่ายกว่าพยายามซื้อทุกอย่างในครั้งเดียว 

4. โทนสีและซีรีส์ 

คิดเผื่อการซื้อเพิ่ม เพื่อให้ของใหม่สามารถอยู่ร่วมกับของเดิมได้ง่าย 

5. ค่าจัดส่ง ติดตั้ง และบริการหลังการขาย 

ดูต้นทุนให้ครบก่อนเปรียบเทียบราคา เพราะราคาสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้สะท้อนต้นทุนทั้งหมดของการเปิดออฟฟิศให้พร้อมใช้ 

งบจำกัดก็วางออฟฟิศให้พร้อมโตได้ 

ถ้ากำลังเปิดออฟฟิศใหม่ ย้ายสำนักงาน หรือทีมกำลังขยาย แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรแบ่งงบและพื้นที่อย่างไร พี่ยศแนะนำว่าอย่าเพิ่งเริ่มจากการซื้อของทีละชิ้นครับ 

ลองเริ่มจากจำนวนคน ขนาดพื้นที่ งบประมาณ และแผนการเติบโต แล้วให้ทีมพี่ยศช่วยดูว่าควรลงทุนอะไรในวันนี้ และอะไรสามารถรอได้ 

สามารถปรึกษาทีมพี่ยศเรื่องการวางเลย์เอาต์ ขอใบเสนอราคา หรือนัดชมและทดลองสินค้าจริงที่โชว์รูม สาขาพหลโยธิน พร้อมดูแคมเปญ Anniversary ของ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ เพื่อวางงบจัดออฟฟิศให้คุ้มตั้งแต่ต้น 

เพราะออฟฟิศที่คุ้ม ไม่ใช่ออฟฟิศที่ซื้อของได้ถูกที่สุด แต่คือออฟฟิศที่วันนี้ทำงานได้ และวันหน้าธุรกิจโตแล้วไม่ต้องเริ่มจัดใหม่ทั้งหมด 

FAQ

จัดออฟฟิศงบน้อยควรเริ่มซื้ออะไรก่อน? 

เริ่มจากสิ่งที่ทำให้ทีมทำงานได้จริง เช่น โต๊ะทำงาน เก้าอี้ พื้นที่จัดเก็บที่จำเป็น และพื้นที่สำหรับผู้จัดการ จากนั้นค่อยเพิ่มพื้นที่รองตามการใช้งานจริง 

ควรแบ่งงบจัดออฟฟิศอย่างไร? 

ไม่มีสัดส่วนเดียวที่เหมาะกับทุกบริษัท ควรแบ่งตามจำนวนคน ลักษณะงาน พื้นที่ และแผนการเติบโต โดยให้รายการที่จำเป็นต่อการทำงานมาก่อนของตกแต่ง 

จำเป็นต้องทำ Layout ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือไม่? 

ควรทำ โดยเฉพาะสำนักงานที่มีพื้นที่จำกัด เพราะ Layout ช่วยดูทางเดิน จำนวนที่นั่ง ตำแหน่งตู้ และพื้นที่ที่เหลือสำหรับการเพิ่มทีม 

ทำไมไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์จากราคาถูกที่สุด? 

เพราะต้องพิจารณาคุณภาพ การรับประกัน บริการหลังการขาย และโอกาสซื้อเพิ่มในอนาคตด้วย ราคาซื้อวันนี้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุน 

สีเฟอร์นิเจอร์สำคัญกับ SME อย่างไร? 

นอกจากสร้างบรรยากาศแล้ว การกำหนดโทนให้ชัดช่วยให้การซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มภายหลังจัดเข้ากับพื้นที่เดิมได้ง่ายขึ้น 

ถ้าบริษัทมีแผนเพิ่มพนักงาน ควรซื้อโต๊ะเผื่อเลยไหม? 

ไม่จำเป็นเสมอไป พี่ยศแนะนำให้ “วางพื้นที่เผื่อ” มากกว่า “ซื้อของเผื่อ” เพื่อไม่ให้เงินจมกับที่นั่งที่ยังไม่ได้ใช้งาน 

ไปดูสินค้าจริงก่อนซื้อมีประโยชน์อย่างไร? 

ช่วยให้เห็นสี วัสดุ ขนาด และสัดส่วนจริง รวมถึงทดลองการใช้งานก่อนตัดสินใจ ซึ่งสำคัญกว่าการดูจากภาพออนไลน์อย่างเดียว 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ ข้อมูลเพิ่มเติม