เลือกหัวข้อที่น่าสนใจ
หลายคนคิดว่าการจัดออฟฟิศขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่
แต่จากประสบการณ์ของพี่ยศ ความแตกต่างจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนตารางเมตร แต่อยู่ที่ การวาง Layout
พี่ยศเคยเห็นสำนักงานที่มีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ผลลัพธ์กลับต่างกันอย่างชัดเจน
บางบริษัทเพิ่งย้ายเข้าได้ไม่นานก็รู้สึกว่าพื้นที่ไม่พอ ต้องย้ายโต๊ะ เพิ่มตู้ หรือเริ่มมองหาสำนักงานใหม่
ในขณะที่อีกบริษัทหนึ่งใช้พื้นที่ขนาดเท่ากัน แต่ยังรองรับพนักงานเพิ่มได้อีกหลายคน โดยแทบไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร
สาเหตุไม่ได้มาจากการเลือกโต๊ะแพงกว่า หรือใช้งบมากกว่า
แต่เกิดจากการวางผังพื้นที่ให้เหมาะกับการทำงานตั้งแต่วันแรก
พี่ยศมักบอกลูกค้าเสมอว่า
“Layout ที่ดี ไม่ได้ทำให้มีพื้นที่มากขึ้น แต่ทำให้ทุกตารางเมตรใช้งานได้คุ้มค่าขึ้น”

เมื่อเริ่มต้นจาก Layout ที่เหมาะสม คุณจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ง่ายขึ้น ใช้งบประมาณได้คุ้มกว่า และยังรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้อีกด้วย
ก่อนเริ่ม…พี่ยศอยากฝากไว้
ก่อนเลือกโต๊ะหรือเริ่มจัดออฟฟิศ ลองตอบคำถาม 3 ข้อนี้ก่อน
✓ วันนี้ทีมของคุณมีกี่คน
✓ อีก 2–3 ปี มีแผนขยายทีมหรือไม่
✓ พื้นที่ที่มีอยู่ ปรับเปลี่ยนได้ง่ายแค่ไหน
เมื่อคำตอบชัดเจน การเลือก Layout ก็จะง่ายขึ้น และช่วยลดการปรับออฟฟิศในอนาคต

เปรียบเทียบ 3 Layout ที่เหมาะกับ SME
ก่อนเลือกโต๊ะทำงานหรือเริ่มแบ่งพื้นที่ ลองดูว่าธุรกิจของคุณอยู่ในช่วงไหน
| Layout | เหมาะกับทีม | จุดเด่น | เหมาะสำหรับ |
| Layout A | 3–5 คน | ใช้พื้นที่คุ้มค่า เริ่มต้นง่าย | Startup และธุรกิจเปิดใหม่ |
| Layout B | 5–10 คน | แบ่งโซนทำงานและห้องประชุม | SME ที่กำลังขยายทีม |
| Layout C | 10–20 คน | แบ่งพื้นที่ตามหน้าที่การทำงาน | ธุรกิจที่เตรียมรองรับการเติบโต |
แนวคิดสำคัญ
ไม่จำเป็นต้องเลือก Layout ที่ใหญ่ที่สุด แต่ควรเลือก Layout ที่เหมาะกับธุรกิจในวันนี้ และสามารถต่อยอดได้ในวันข้างหน้า
Layout A : เริ่มต้นอย่างคุ้มค่า
Layout นี้เหมาะกับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น มีทีมประมาณ 3–5 คน และต้องการใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หัวใจสำคัญคือ Open Workspace หรือพื้นที่ทำงานแบบเปิด ลดการกั้นห้องที่ยังไม่จำเป็น เพื่อให้บรรยากาศการทำงานคล่องตัว และช่วยประหยัดงบประมาณ
ลองนึกภาพทีมเล็ก ๆ ที่เจ้าของธุรกิจนั่งทำงานร่วมกับพนักงาน ทุกคนพูดคุยกันได้ง่าย เดินถึงกันไม่กี่ก้าว และยังเหลือพื้นที่สำหรับรับลูกค้าหรือเพิ่มโต๊ะอีก 1–2 ตัวในอนาคต
รูปแบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงสร้างตัว เพราะสามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ทำให้สำนักงานดูอึดอัด
สิ่งที่ควรมีใน Layout A
- โต๊ะทำงานขนาด 1.2 ม. สำหรับแต่ละคน
- เก้าอี้ทำงานที่รองรับการใช้งานตลอดวัน
- ตู้เอกสารขนาดกะทัดรัด
- พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้งานร่วมกันได้
สิ่งที่พี่ยศอยากแนะนำคือ อย่ารีบใช้พื้นที่จนเต็มทุกมุม
การเหลือพื้นที่ว่างไว้ตั้งแต่แรก อาจดูเหมือนยังใช้พื้นที่ไม่คุ้ม แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต คุณจะมีความยืดหยุ่นในการเพิ่มโต๊ะหรือปรับพื้นที่ โดยไม่ต้องรื้อออฟฟิศใหม่ทั้งหมด
Layout B : พร้อมขยายทีมโดยไม่ต้องรื้อออฟฟิศใหม่
เมื่อทีมเริ่มมีพนักงานประมาณ 5–10 คน วิธีการทำงานจะเปลี่ยนไปจากช่วงเริ่มต้น
เริ่มมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจนขึ้น มีการประชุมกับลูกค้า ใช้เอกสารมากขึ้น และบางครั้งต้องการพื้นที่ที่เงียบสำหรับการพูดคุยหรือประชุมออนไลน์
หากยังใช้รูปแบบเดียวกับตอนมีทีม 3–4 คน ออฟฟิศจะเริ่มรู้สึกคับแคบ แม้พื้นที่จริงจะไม่ได้เล็กลงก็ตาม
สำหรับธุรกิจในช่วงนี้ พี่ยศแนะนำให้เริ่มแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน เช่น
- พื้นที่ทำงานหลัก
- ห้องประชุมขนาดเล็ก
- พื้นที่จัดเก็บเอกสาร
- ทางเดินที่เชื่อมแต่ละโซนได้สะดวก
การแบ่งโซนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ทุกคนทำงานได้คล่องตัว และเมื่อมีพนักงานเพิ่ม ก็สามารถขยายพื้นที่ทำงานได้ง่ายกว่าเดิม
สิ่งที่ควรคำนึงใน Layout B
- จัดทางเดินให้กว้างพอสำหรับการใช้งานจริง
- วางตำแหน่งห้องประชุมให้ไม่รบกวนพื้นที่ทำงาน
- เผื่อพื้นที่สำหรับโต๊ะทำงานในอนาคต
- เตรียมจุดวางปลั๊กไฟและระบบเครือข่ายให้รองรับการขยายทีม
จากประสบการณ์ของทีมพี่ยศ หลายบริษัทรีบเพิ่มจำนวนโต๊ะจนเต็มพื้นที่ สุดท้ายทุกคนต้องเดินสวนกันลำบาก และเมื่อมีลูกค้าเข้ามาประชุมก็ไม่มีพื้นที่รองรับอย่างเหมาะสม
บางครั้ง การเหลือพื้นที่ว่างไว้เล็กน้อย กลับช่วยให้การทำงานในทุกวันสะดวกกว่าการพยายามใช้ทุกตารางเมตรให้เต็ม
พี่ยศอยากฝากไว้
ก่อนคิดว่าจะเพิ่มโต๊ะได้อีกกี่ตัว ลองถามก่อนว่า “ทีมจะทำงานสะดวกขึ้นหรือเปล่า”
Layout C : ออกแบบเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
เมื่อธุรกิจมีพนักงานประมาณ 10–20 คน การจัดออฟฟิศควรมองเป็นภาพรวมของทั้งองค์กร มากกว่าการจัดที่นั่งให้แต่ละคน
สิ่งที่ควรเริ่มคิดคือ “แต่ละทีมต้องทำงานร่วมกันอย่างไร”
แทนที่จะเริ่มจากคำถามว่าใครนั่งตรงไหน ลองเริ่มจากการแบ่งพื้นที่ตามลักษณะงาน เช่น
- ฝ่ายขาย
- ฝ่ายบัญชี
- ฝ่ายบริหาร
- ห้องประชุม
- พื้นที่รับลูกค้า
- พื้นที่ส่วนกลาง
เมื่อแต่ละโซนมีหน้าที่ชัดเจน การทำงานก็จะเป็นระบบมากขึ้น และยังช่วยให้ขยายทีมในอนาคตได้โดยไม่ต้องรื้อ Layout ใหม่ทั้งหมด
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ พื้นที่สำหรับระบบต่าง ๆ เช่น ตู้เอกสาร จุดวางเครื่องพิมพ์ หรืออุปกรณ์เครือข่าย หากเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงออกแบบ จะช่วยลดการแก้ไขหน้างานและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
สิ่งที่ควรมีใน Layout C
- พื้นที่ทำงานแยกตามหน้าที่ของแต่ละทีม
- ห้องประชุมที่รองรับทั้งการประชุมภายในและการรับลูกค้า
- พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการพูดคุยหรือทำงานร่วมกัน
- พื้นที่จัดเก็บเอกสารและอุปกรณ์สำนักงานอย่างเป็นระเบียบ
- ระบบไฟฟ้าและเครือข่ายที่รองรับการขยายจำนวน Workstation
สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่เมื่อธุรกิจเติบโต จะช่วยให้การปรับเปลี่ยนออฟฟิศทำได้ง่ายขึ้น และไม่กระทบกับการทำงานของทีม

หลักคิดในการวาง Layout ให้รองรับการเติบโต
การวาง Layout ที่ดี ไม่ได้ออกแบบเพื่อการใช้งานในวันนี้เท่านั้น แต่ควรมองไปถึงธุรกิจในอีก 2–3 ปีข้างหน้า
ก่อนเริ่มจัดพื้นที่ ลองตอบคำถามเหล่านี้
- อีก 2 ปี คุณมีแผนรับพนักงานเพิ่มหรือไม่
- จะมีห้องประชุมเพิ่มหรือเปล่า
- มีลูกค้าเข้ามาที่สำนักงานบ่อยขึ้นไหม
- ระบบไฟฟ้าและเครือข่ายรองรับการขยายทีมแล้วหรือยัง
คำถามเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพว่า พื้นที่ที่กำลังออกแบบควรมีความยืดหยุ่นแค่ไหน
จากประสบการณ์ของพี่ยศ บริษัทที่วางแผนเผื่อการเติบโตตั้งแต่ต้น มักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในการปรับปรุงออฟฟิศภายในเวลาไม่นาน
หลักคิดที่พี่ยศใช้เสมอ
อย่าออกแบบออฟฟิศให้พอดีกับวันนี้
แต่ให้ออกแบบสำหรับธุรกิจที่คุณกำลังจะเติบโตในวันข้างหน้า
เพราะพื้นที่สำนักงานที่ดี ไม่ใช่พื้นที่ที่เต็มทุกตารางเมตร
เมื่อทีมโตขึ้น ไม่จำเป็นต้องจัดออฟฟิศใหม่ทั้งหมด
หลายคนคิดว่า เมื่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ก็ถึงเวลาต้องย้ายออฟฟิศหรือเริ่มออกแบบพื้นที่ใหม่ทั้งหมด
แต่ในความเป็นจริง หากวาง Layout ได้เหมาะสมตั้งแต่วันแรก คุณมักไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
สิ่งที่เปลี่ยนอาจเป็นเพียงการเพิ่ม Workstation ขยายพื้นที่ประชุม หรือปรับพื้นที่ส่วนกลางให้รองรับการทำงานที่มากขึ้น โดยยังใช้โครงสร้างเดิมได้
นี่คือเหตุผลที่พี่ยศให้ความสำคัญกับการวาง Layout ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์
เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นที่ดี การปรับเปลี่ยนในอนาคตก็ทำได้ง่าย ใช้งบน้อยกว่า และกระทบกับการทำงานของทีมน้อยกว่า
การวางแผนที่ดีตั้งแต่วันนี้ จึงไม่ใช่แค่ช่วยให้เปิดออฟฟิศได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
สรุปจากพี่ยศ
เวลาพี่ยศเข้าไปดูหน้างาน สิ่งแรกที่ผมไม่ได้ดูคือโต๊ะหรือเก้าอี้
แต่ผมจะดูว่า พื้นที่นี้กำลังรองรับการทำงานของทีมได้ดีแค่ไหน
เพราะออฟฟิศที่ใช้งานได้ดี ไม่ได้เกิดจากการมีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกชิ้น แต่เกิดจากการวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิธีทำงานของคนในองค์กร
หลายธุรกิจสามารถประหยัดงบประมาณได้ ไม่ใช่เพราะซื้อของราคาถูกกว่า แต่เพราะวางแผนพื้นที่ตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อหรือปรับออฟฟิศซ้ำ
หากวันนี้คุณกำลังวางแผนเปิด ย้าย หรือขยายออฟฟิศ ลองเริ่มจากการออกแบบ Layout ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์
เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นที่ถูกวางไว้อย่างเหมาะสม การตัดสินใจในขั้นตอนต่อ ๆ ไปก็จะง่ายขึ้น ใช้งบประมาณได้คุ้มกว่า และพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

เริ่มวาง Layout ให้เหมาะกับธุรกิจ ก่อนตัดสินใจเลือกเฟอร์นิเจอร์
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่สำนักงานของคุณควรจัดแบบไหน ทีมพี่ยศพร้อมช่วยวิเคราะห์การใช้งานจริง เพื่อแนะนำแนวทางการวาง Layout ที่เหมาะกับจำนวนพนักงาน รูปแบบการทำงาน และงบประมาณของธุรกิจ
เราเชื่อว่าการวางผังพื้นที่ที่ดี จะช่วยให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ง่ายขึ้น ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าขึ้น และลดต้นทุนในการปรับปรุงออฟฟิศในอนาคต
หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ทีมพี่ยศยินดีช่วยในเรื่อง
- ขอคำปรึกษาการวาง Layout ออฟฟิศ
- วางแผนการใช้พื้นที่ให้เหมาะกับการเติบโตของธุรกิจ
- ขอใบเสนอราคาตามงบประมาณ
- นัดชมสินค้าจริงที่โชว์รูม พร้อมพูดคุยกับทีมพี่ยศเพื่อหาแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
FAQ
ควรวาง Layout ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์จริงหรือไม่?
ควรครับ เพราะ Layout จะเป็นตัวกำหนดจำนวน ขนาด และตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด เมื่อวางผังพื้นที่ก่อน คุณจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้เหมาะกับการใช้งานจริง และลดการซื้อเกินความจำเป็น
ธุรกิจที่มีพนักงาน 5 คน ควรใช้ Layout แบบไหน?
ส่วนใหญ่จะเหมาะกับ Layout B เพราะเริ่มมีการแบ่งหน้าที่การทำงาน และต้องเตรียมพื้นที่สำหรับการขยายทีม รวมถึงห้องประชุมขนาดเล็กสำหรับการประชุมภายในหรือพบลูกค้า
ควรเผื่อพื้นที่ว่างไว้เท่าไร?
พี่ยศแนะนำให้เผื่อพื้นที่ประมาณ 10–15% เพื่อรองรับการเพิ่มพนักงาน การปรับตำแหน่งโต๊ะ หรือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในอนาคต
Layout มีผลต่อการใช้งบประมาณหรือไม่?
มีครับ เพราะการวาง Layout ที่เหมาะสมช่วยให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ได้พอดีกับพื้นที่ ลดการซื้อเกินความจำเป็น และลดค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงออฟฟิศในภายหลัง
หากธุรกิจเติบโต จำเป็นต้องออกแบบ Layout ใหม่ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป หากวางโครงสร้างพื้นที่ไว้อย่างยืดหยุ่นตั้งแต่แรก คุณสามารถเพิ่มจำนวนโต๊ะ ขยายพื้นที่ทำงาน หรือปรับพื้นที่ส่วนกลางได้ โดยไม่ต้องรื้อออฟฟิศใหม่ทั้งหมด

พี่ยศ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ผู้ก่อตั้ง ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ที่มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงเฟอร์นิเจอร์สำนักงานคุณภาพดี ด้วยความเชี่ยวชาญในวงการเฟอร์นิเจอร์มากว่า 10 ปี ภายใต้แนวคิด คุ้มค่าเพื่อ SME มีบริการติดตั้งทั่วไทย ลูกค้าไว้ใจพร้อมลองของจริง



