10 เรื่องที่ต้องเช็กก่อนเปิดออฟฟิศใหม่สำหรับ SME 

Featured Image

การเปิดออฟฟิศใหม่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นครับ แต่ก็เป็นช่วงที่เจ้าของธุรกิจหลายคนเจอกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด 

บางบริษัทเตรียมพื้นที่ไว้เรียบร้อย แต่พอถึงวันติดตั้งกลับพบว่าโต๊ะทำงานวางไม่ลง ปลั๊กไฟอยู่ผิดตำแหน่ง อินเทอร์เน็ตยังใช้งานไม่ได้ หรือสุดท้ายต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม เพราะพื้นที่จริงไม่เหมือนกับที่วางแผนไว้ 

จากประสบการณ์ของพี่ยศที่ได้เข้าไปช่วยธุรกิจ SME หลายแห่ง สิ่งที่ทำให้งบประมาณบานปลาย ไม่ใช่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่เป็นการ “เริ่มต้นผิดลำดับ” 

หลายคนเริ่มจากเลือกโต๊ะ เลือกเก้าอี้ หรือเลือกสีที่ชอบ ทั้งที่ยังไม่ได้วางแผนการใช้พื้นที่ หรือคิดถึงการขยายทีมในอนาคต 

ตลอดหลายปีที่พี่ยศได้มีโอกาสช่วยเจ้าของ SME วางแผนออฟฟิศ สิ่งที่เห็นอยู่บ่อยคือ หลายคนรีบเลือกโต๊ะทำงานก่อน ทั้งที่จริงแล้วการวางพื้นที่ต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้นของออฟฟิศที่ใช้งานได้ดี 

พี่ยศจึงมักบอกลูกค้าเสมอว่า 

ออฟฟิศที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการซื้อเฟอร์นิเจอร์ แต่เริ่มจากการวางแผนพื้นที่ให้เหมาะกับการทำงาน” 

เมื่อวางแผนตั้งแต่ต้น คุณจะควบคุมงบประมาณได้ง่าย ลดการแก้ไขหน้างาน และสามารถย้ายเข้าใช้งานได้อย่างราบรื่น 

ก่อนเริ่ม…พี่ยศอยากฝากไว้ 

ก่อนเปิดออฟฟิศใหม่ ลองเช็ก 4 เรื่องนี้ก่อน 

✓ วางงบประมาณให้ครบทุกส่วน 

✓ วาง Layout ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์ 

✓ เผื่อพื้นที่สำหรับการเติบโต 

✓ เลือกพาร์ตเนอร์ที่ดูแลได้ตั้งแต่ต้นจนจบ 

เมื่ออ่านครบทั้ง 4 บทความ คุณจะเห็นภาพตั้งแต่การเตรียมออฟฟิศ วางงบประมาณ จัดพื้นที่ ไปจนถึงการเลือกพาร์ตเนอร์ที่เหมาะกับธุรกิจ 

ภาพประกอบ 2

Checklist 10 เรื่องที่ควรเช็กก่อนย้ายเข้าออฟฟิศ 

1. วางแผนเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยก่อนวันย้ายเข้า 

การย้ายสำนักงานไม่ได้หมายถึงการขนโต๊ะและเก้าอี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอัปเดตข้อมูลบริษัทกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ลองตรวจสอบให้ครบ เช่น 

  • ที่อยู่บริษัท 
  • เอกสารภาษี 
  • ข้อมูลติดต่อบนเว็บไซต์ 
  • นามบัตรและเอกสารทางธุรกิจ 
  • ข้อมูลบน Google Business และช่องทางออนไลน์ 

การเตรียมเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานต่อได้อย่างต่อเนื่อง และลดปัญหาที่ต้องตามแก้ภายหลัง 

2. ตั้งงบประมาณทั้งโครงการ ไม่ใช่เฉพาะค่าเฟอร์นิเจอร์ 

หลายบริษัทวางงบเฉพาะค่าโต๊ะและเก้าอี้ แต่เมื่อเริ่มทำจริงกลับพบว่ามีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่ม เช่น 

  • งานระบบไฟฟ้า 
  • อินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่าย 
  • ค่าขนย้าย 
  • ค่าติดตั้ง 
  • อุปกรณ์สำนักงาน 
  • งบสำหรับงานแก้ไขหน้างาน 

พี่ยศแนะนำให้แบ่งงบประมาณออกเป็น 4 ส่วน 

รายการ จุดประสงค์ 
พื้นที่และงานตกแต่ง งานปรับปรุงสำนักงาน 
ระบบสำนักงาน ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเครือข่าย 
เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และห้องประชุม 
งบสำรอง รองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น 

การแบ่งงบแบบนี้ช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า และลดโอกาสที่โครงการจะงบบานปลาย 

3. พื้นที่วันนี้ รองรับธุรกิจในอีก 2–3 ปีหรือยัง 

เจ้าของ SME หลายคนเลือกสำนักงานจากจำนวนพนักงาน “วันนี้” 

แต่หลังเปิดใช้งานเพียงไม่กี่เดือน ทีมเริ่มขยาย โต๊ะทำงานไม่พอ ห้องประชุมแน่น หรือพื้นที่จัดเก็บเอกสารเริ่มล้น 

สุดท้ายต้องรื้อออฟฟิศใหม่ ทั้งที่เพิ่งย้ายเข้ามาไม่นาน 

เวลาพี่ยศช่วยลูกค้าวางพื้นที่ จะไม่ได้ดูแค่จำนวนพนักงานปัจจุบัน แต่จะถามต่อว่า 

  • ปีหน้ามีแผนรับคนเพิ่มหรือไม่ 
  • จะมีฝ่ายขายเพิ่มไหม 
  • จะมีฝ่ายบริการลูกค้าหรือเปล่า 
  • ต้องมีพื้นที่สำหรับลูกค้าเข้ามาประชุมหรือไม่ 

คำถามเหล่านี้ช่วยให้วางเลย์เอาต์ได้ยืดหยุ่น และรองรับการเติบโตโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่ใหม่เร็วเกินไป 

4. ห้องประชุมควรออกแบบจากการใช้งานจริง 

หลายบริษัทเลือกห้องประชุมจากขนาดพื้นที่ที่เหลือ แต่จริงๆ แล้วควรเริ่มจากพฤติกรรมการใช้งาน 

ลองถามตัวเองก่อนว่า 

  • ประชุมพร้อมกันกี่คน 
  • มีลูกค้าเข้ามาที่บริษัทบ่อยแค่ไหน 
  • ประชุมออนไลน์เป็นประจำหรือไม่ 
  • ต้องใช้จอทีวีหรืออุปกรณ์นำเสนอหรือเปล่า 

เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ได้ การเลือกขนาดห้องและโต๊ะประชุมก็จะง่ายขึ้น และยังช่วยใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ากว่าเดิม 

5. อย่ารอให้เอกสารล้นโต๊ะแล้วค่อยหาที่เก็บ 

แม้หลายธุรกิจจะใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น แต่เอกสารสำคัญ เช่น สัญญา เอกสารบัญชี และเอกสารภาษี ยังจำเป็นต้องจัดเก็บอย่างเป็นระบบ 

สิ่งที่พี่ยศเจอบ่อยคือ หลายบริษัทไม่ได้วางพื้นที่สำหรับตู้เอกสารตั้งแต่แรก 

ผลคือ เมื่อใช้งานจริงกลับต้องหามุมวางตู้เพิ่ม ทำให้ทางเดินแคบ พื้นที่ทำงานดูไม่เป็นระเบียบ และเสียพื้นที่โดยไม่จำเป็น 

หากวางตำแหน่งพื้นที่จัดเก็บตั้งแต่ช่วงออกแบบออฟฟิศ จะช่วยให้ทุกส่วนใช้งานได้ลงตัว และยังรองรับการขยายเอกสารในอนาคตได้ง่ายกว่า 

สำหรับธุรกิจที่มีพื้นที่จำกัด การเลือกขนาดตู้เอกสารให้เหมาะกับจำนวนพนักงานและลักษณะงาน ตั้งแต่วันแรก ถือเป็นวิธีใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุดวิธีหนึ่งครับ 

6. ระบบสำนักงานพร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรกหรือยัง 

หลายบริษัทให้ความสำคัญกับการตกแต่งออฟฟิศ แต่กลับลืมตรวจสอบ “ระบบ” ที่อยู่เบื้องหลัง 

ผลคือ วันแรกที่พนักงานเข้าทำงานจริง อินเทอร์เน็ตยังใช้ไม่ได้ ปลั๊กไฟไม่ตรงตำแหน่ง หรือระบบเครือข่ายยังไม่พร้อม ส่งผลให้การทำงานสะดุดตั้งแต่วันแรก 

ก่อนย้ายเข้า ลองเช็กให้ครบว่า 

  • อินเทอร์เน็ตติดตั้งและทดสอบแล้ว 
  • ระบบเครือข่ายพร้อมใช้งาน 
  • ปลั๊กไฟและช่องร้อยสายไฟอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานจริง 
  • ระบบกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัยพร้อมใช้งาน 
  • เครื่องปรับอากาศและระบบไฟฟ้าทำงานปกติ 

พี่ยศมองว่า “ออฟฟิศพร้อมใช้” ไม่ได้หมายถึงเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งครบ แต่หมายถึงทุกคนสามารถเริ่มงานได้ทันทีเมื่อเปิดประตูเข้ามาครับ

7. พื้นที่ทำงานควรออกแบบให้เหมาะกับทีม ไม่ใช่แค่สวย 

ออฟฟิศที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่ควรช่วยให้ทีมทำงานได้สะดวกในทุกวัน 

ก่อนเลือกโต๊ะทำงาน ลองดูจำนวนคนและลักษณะการทำงานของทีมก่อน 

  • ทีมประมาณ 5–10 คน โต๊ะทำงานกลุ่ม (Coworking) ช่วยใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า และทำให้การสื่อสารภายในทีมคล่องตัวขึ้น 
  • หากมีแผนขยายทีมในอนาคต ควรเผื่อพื้นที่ไว้ตั้งแต่แรก เพื่อไม่ต้องรื้อเลย์เอาท์ใหม่ 

จากประสบการณ์ของทีมพี่ยศ หลายบริษัทเลือกโต๊ะจากดีไซน์เป็นหลัก แต่เมื่อใช้งานจริงกลับพบว่าเดินลำบาก วางอุปกรณ์ไม่พอ หรือเพิ่มพนักงานอีกเพียงไม่กี่คนก็ต้องจัดพื้นที่ใหม่ทั้งหมด 

การวางเลย์เอาท์ให้สอดคล้องกับการทำงานจริง จึงคุ้มค่ากว่าการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สวยเพียงอย่างเดียว

8. เก้าอี้ทำงานคือการลงทุนระยะยาวของทีม 

เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับโต๊ะทำงานมากกว่าเก้าอี้ 

แต่จากประสบการณ์ของพี่ยศ ลูกค้าที่กลับมาปรึกษาหลังเปิดออฟฟิศ ส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนโต๊ะ กลับเป็นการเปลี่ยนเก้าอี้ เพราะพนักงานต้องนั่งทำงานวันละหลายชั่วโมง 

เก้าอี้ที่รองรับสรีระ ปรับระดับได้ และมีการรับประกันที่ชัดเจน จะช่วยให้ใช้งานได้สบายขึ้น ลดปัญหาการเปลี่ยนสินค้าในระยะยาว และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับทีม 

บางครั้ง การลงทุนเพิ่มกับเก้าอี้ที่เหมาะสมตั้งแต่แรก อาจคุ้มค่ากว่าการต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งสำนักงานในอีกไม่กี่ปี

9. วางแผนการจัดซื้อและติดตั้งให้จบในครั้งเดียว 

หลายคนคิดว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์จากหลายร้านจะช่วยประหยัดงบ 

แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เพิ่มขึ้นกลับเป็น “ต้นทุนแฝง” 

ทั้งการประสานงานหลายฝ่าย การรอสินค้าคนละรอบ การติดตั้งไม่พร้อมกัน หรือสีและขนาดของเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เข้ากัน 

พี่ยศเคยเจอหลายโครงการที่ต้องเลื่อนวันย้ายเข้า เพราะรอสินค้าบางรายการเพียงชิ้นเดียว 

ถ้าวางแผนกับผู้ให้บริการที่สามารถช่วยดูแลตั้งแต่การวางเลย์เอาท์ จัดส่ง และติดตั้งได้ครบในที่เดียว จะช่วยลดความยุ่งยาก และทำให้การเปิดออฟฟิศเป็นไปตามแผนมากกว่า 

10. เลือกพาร์ตเนอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต ไม่ใช่แค่ขายเฟอร์นิเจอร์

เฟอร์นิเจอร์เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของออฟฟิศ 

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมีคนช่วยวางแผนให้พื้นที่ทุกตารางเมตรใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต 

นี่คือแนวคิดที่พี่ยศและทีมพี่ยศใช้ในการดูแลลูกค้าเสมอ 

เริ่มจากการทำความเข้าใจธุรกิจ จำนวนพนักงาน งบประมาณ และรูปแบบการทำงาน ก่อนจะแนะนำเลย์เอาท์และเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม 

เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ออฟฟิศสวย แต่คือการทำให้ออฟฟิศ “พร้อมทำงาน” และพร้อมเติบโตไปกับธุรกิจ 

ภายใต้แนวคิด คุ้มค่าเพื่อ SME” 

ภาพประกอบ 3 2

5 ข้อผิดพลาดที่ SME เจอบ่อยเมื่อเปิดออฟฟิศใหม่ 

จากประสบการณ์ของพี่ยศ หลายปัญหาไม่ได้เกิดจากงบประมาณไม่พอ แต่เกิดจากการวางแผนไม่ครบตั้งแต่ต้น 

ข้อผิดพลาด ผลกระทบ วิธีป้องกัน 
เลือกพื้นที่จากจำนวนพนักงานปัจจุบันเท่านั้น พื้นที่ไม่พอเมื่อทีมขยาย ต้องปรับออฟฟิศใหม่ วางแผนเผื่อการเติบโตในอีก 2–3 ปี 
ซื้อเฟอร์นิเจอร์ก่อนวางเลย์เอาท์ ต้องย้ายตำแหน่ง หรือซื้อสินค้าเพิ่ม ออกแบบพื้นที่ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์ 
ตั้งงบเฉพาะค่าเฟอร์นิเจอร์ มีค่าใช้จ่ายแฝงจนงบบานปลาย แบ่งงบทั้งโครงการและเตรียมงบสำรอง 
มองข้ามระบบสำนักงาน วันแรกของการทำงานเกิดปัญหาทันที ตรวจสอบระบบทั้งหมดก่อนย้ายเข้า 
ซื้อสินค้าจากหลายผู้ขาย ประสานงานยาก ส่งมอบไม่พร้อมกัน เลือกผู้ให้บริการที่ดูแลภาพรวมได้ 

พี่ยศอยากฝากไว้ 

สิ่งที่ประหยัดที่สุด ไม่ใช่การซื้อของถูกที่สุด 

แต่คือการวางแผนให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก 

หลายโครงการที่ทีมพี่ยศเข้าไปดูแล ลูกค้าไม่ได้กังวลว่าโต๊ะตัวไหนถูกกว่าอีกเจ้า แต่กังวลว่าจะย้ายเข้าออฟฟิศได้ทันหรือไม่ งบจะบานปลายหรือเปล่า และจะต้องกลับมาแก้ไขอีกกี่รอบ 

ถ้าวางแผนพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ และกำหนดลำดับการทำงานให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น คุณจะประหยัดทั้งงบประมาณ เวลา และลดความวุ่นวายได้มากกว่าการพยายามต่อรองราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว

สรุปจากพี่ยศ

การเปิดออฟฟิศใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของสถานที่ แต่เป็นการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ 

ตลอดหลายปีที่พี่ยศได้มีโอกาสเข้าไปดูแลลูกค้า SME หลายแห่ง สิ่งที่เห็นเหมือนกันแทบทุกครั้งคือ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ผิด แต่เกิดจากการวางแผนไม่ครบตั้งแต่ต้น 

เมื่อเริ่มจากการเข้าใจจำนวนคน ลักษณะการทำงาน งบประมาณ และทิศทางการเติบโตของธุรกิจ การตัดสินใจเรื่องพื้นที่และเฟอร์นิเจอร์ก็จะง่ายขึ้น ใช้งบได้คุ้มกว่า และลดการแก้ไขที่ไม่จำเป็นในอนาคต 

ออฟฟิศที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุดหรือใช้งบมากที่สุด 

แต่ออฟฟิศที่ดี คือออฟฟิศที่ช่วยให้คนในทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมเติบโตไปกับธุรกิจในระยะยาว 

ภาพประกอบ 4

หากกำลังวางแผนเปิดออฟฟิศใหม่ ปรึกษาทีมพี่ยศก่อนได้ครับ 

หากคุณกำลังเตรียมเปิด ย้าย หรือขยายออฟฟิศ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดพื้นที่อย่างไรให้ใช้งบคุ้มค่า พี่ยศและทีมพี่ยศยินดีช่วยวางแผนตั้งแต่เริ่มต้น 

เราเริ่มจากการทำความเข้าใจธุรกิจของคุณ ก่อนแนะนำแนวทางจัดวางพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับจำนวนพนักงาน งบประมาณ และรูปแบบการทำงาน เพื่อให้ออฟฟิศพร้อมใช้งานจริง และรองรับการเติบโตในอนาคต 

เพราะสำหรับ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ (Jaisu Furniture) เป้าหมายไม่ใช่เพียงการขายเฟอร์นิเจอร์ แต่คือการช่วยให้เจ้าของธุรกิจ SME ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า ทำงานง่ายขึ้น และเติบโตได้อย่างมั่นใจ 

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมพี่ยศเพื่อ 

  • ขอคำปรึกษาการวางเลย์เอาท์ออฟฟิศ 
  • ขอใบเสนอราคาตามงบประมาณ 

FAQ

เปิดออฟฟิศใหม่ควรเริ่มวางแผนจากอะไรก่อน? 

เริ่มจากการกำหนดจำนวนพนักงาน รูปแบบการทำงาน งบประมาณ และการวางเลย์เอาท์พื้นที่ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์ เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นที่ชัดเจนแล้ว การเลือกโต๊ะทำงาน เก้าอี้ และตู้เอกสารจะง่ายขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการแก้ไขหน้างานในภายหลัง 

ควรเผื่อพื้นที่สำหรับการขยายทีมมากแค่ไหน?

หากธุรกิจมีแผนเติบโตในอีก 2–3 ปี ควรเผื่อพื้นที่สำหรับพนักงานเพิ่ม รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องประชุม พื้นที่จัดเก็บเอกสาร และมุมพักผ่อน เพราะการวางแผนตั้งแต่แรกมักคุ้มค่ากว่าการรื้อออฟฟิศใหม่เมื่อทีมขยาย 

ธุรกิจขนาดเล็กควรเลือกโต๊ะแบบไหน?

สำหรับทีมเริ่มต้น โต๊ะทำงานขนาด 1.2 ม. ถือว่าเพียงพอและช่วยควบคุมงบประมาณได้ดี หากทีมเริ่มมี 5–10 คน การเลือกโต๊ะทำงานกลุ่ม (Coworking) จะช่วยใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า และส่งเสริมการทำงานร่วมกันมากกว่า 

ยังจำเป็นต้องมีตู้เอกสารหรือไม่ หากใช้ระบบดิจิทัลแล้ว?

ยังจำเป็นครับ เพราะเอกสารสำคัญ เช่น สัญญา เอกสารบัญชี และเอกสารภาษี หลายประเภทต้องจัดเก็บเป็นต้นฉบับ การวางพื้นที่สำหรับตู้เอกสารตั้งแต่ช่วงออกแบบออฟฟิศจึงช่วยให้ออฟฟิศเป็นระเบียบ และรองรับการใช้งานในระยะยาว 

จะควบคุมงบประมาณในการเปิดออฟฟิศใหม่ได้อย่างไร?

สิ่งสำคัญคือการมองภาพรวมของทั้งโครงการ ไม่ใช่เฉพาะค่าเฟอร์นิเจอร์ ควรวางงบสำหรับงานระบบ ค่าขนย้าย ค่าติดตั้ง และเผื่องบสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินงาน วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องงบบานปลายได้มากกว่า 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ ข้อมูลเพิ่มเติม