เลือกหัวข้อที่น่าสนใจ
การเปิดออฟฟิศใหม่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นครับ แต่ก็เป็นช่วงที่เจ้าของธุรกิจหลายคนเจอกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
บางบริษัทเตรียมพื้นที่ไว้เรียบร้อย แต่พอถึงวันติดตั้งกลับพบว่าโต๊ะทำงานวางไม่ลง ปลั๊กไฟอยู่ผิดตำแหน่ง อินเทอร์เน็ตยังใช้งานไม่ได้ หรือสุดท้ายต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม เพราะพื้นที่จริงไม่เหมือนกับที่วางแผนไว้
จากประสบการณ์ของพี่ยศที่ได้เข้าไปช่วยธุรกิจ SME หลายแห่ง สิ่งที่ทำให้งบประมาณบานปลาย ไม่ใช่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่เป็นการ “เริ่มต้นผิดลำดับ”
หลายคนเริ่มจากเลือกโต๊ะ เลือกเก้าอี้ หรือเลือกสีที่ชอบ ทั้งที่ยังไม่ได้วางแผนการใช้พื้นที่ หรือคิดถึงการขยายทีมในอนาคต
ตลอดหลายปีที่พี่ยศได้มีโอกาสช่วยเจ้าของ SME วางแผนออฟฟิศ สิ่งที่เห็นอยู่บ่อยคือ หลายคนรีบเลือกโต๊ะทำงานก่อน ทั้งที่จริงแล้วการวางพื้นที่ต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้นของออฟฟิศที่ใช้งานได้ดี
พี่ยศจึงมักบอกลูกค้าเสมอว่า
“ออฟฟิศที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการซื้อเฟอร์นิเจอร์ แต่เริ่มจากการวางแผนพื้นที่ให้เหมาะกับการทำงาน”
เมื่อวางแผนตั้งแต่ต้น คุณจะควบคุมงบประมาณได้ง่าย ลดการแก้ไขหน้างาน และสามารถย้ายเข้าใช้งานได้อย่างราบรื่น
ก่อนเริ่ม…พี่ยศอยากฝากไว้
ก่อนเปิดออฟฟิศใหม่ ลองเช็ก 4 เรื่องนี้ก่อน
✓ วางงบประมาณให้ครบทุกส่วน
✓ วาง Layout ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์
✓ เผื่อพื้นที่สำหรับการเติบโต
✓ เลือกพาร์ตเนอร์ที่ดูแลได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
เมื่ออ่านครบทั้ง 4 บทความ คุณจะเห็นภาพตั้งแต่การเตรียมออฟฟิศ วางงบประมาณ จัดพื้นที่ ไปจนถึงการเลือกพาร์ตเนอร์ที่เหมาะกับธุรกิจ

Checklist 10 เรื่องที่ควรเช็กก่อนย้ายเข้าออฟฟิศ
1. วางแผนเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยก่อนวันย้ายเข้า
การย้ายสำนักงานไม่ได้หมายถึงการขนโต๊ะและเก้าอี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอัปเดตข้อมูลบริษัทกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ลองตรวจสอบให้ครบ เช่น
- ที่อยู่บริษัท
- เอกสารภาษี
- ข้อมูลติดต่อบนเว็บไซต์
- นามบัตรและเอกสารทางธุรกิจ
- ข้อมูลบน Google Business และช่องทางออนไลน์
การเตรียมเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานต่อได้อย่างต่อเนื่อง และลดปัญหาที่ต้องตามแก้ภายหลัง
2. ตั้งงบประมาณทั้งโครงการ ไม่ใช่เฉพาะค่าเฟอร์นิเจอร์
หลายบริษัทวางงบเฉพาะค่าโต๊ะและเก้าอี้ แต่เมื่อเริ่มทำจริงกลับพบว่ามีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่ม เช่น
- งานระบบไฟฟ้า
- อินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่าย
- ค่าขนย้าย
- ค่าติดตั้ง
- อุปกรณ์สำนักงาน
- งบสำหรับงานแก้ไขหน้างาน
พี่ยศแนะนำให้แบ่งงบประมาณออกเป็น 4 ส่วน
| รายการ | จุดประสงค์ |
| พื้นที่และงานตกแต่ง | งานปรับปรุงสำนักงาน |
| ระบบสำนักงาน | ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเครือข่าย |
| เฟอร์นิเจอร์ | โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และห้องประชุม |
| งบสำรอง | รองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น |
การแบ่งงบแบบนี้ช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า และลดโอกาสที่โครงการจะงบบานปลาย
3. พื้นที่วันนี้ รองรับธุรกิจในอีก 2–3 ปีหรือยัง
เจ้าของ SME หลายคนเลือกสำนักงานจากจำนวนพนักงาน “วันนี้”
แต่หลังเปิดใช้งานเพียงไม่กี่เดือน ทีมเริ่มขยาย โต๊ะทำงานไม่พอ ห้องประชุมแน่น หรือพื้นที่จัดเก็บเอกสารเริ่มล้น
สุดท้ายต้องรื้อออฟฟิศใหม่ ทั้งที่เพิ่งย้ายเข้ามาไม่นาน
เวลาพี่ยศช่วยลูกค้าวางพื้นที่ จะไม่ได้ดูแค่จำนวนพนักงานปัจจุบัน แต่จะถามต่อว่า
- ปีหน้ามีแผนรับคนเพิ่มหรือไม่
- จะมีฝ่ายขายเพิ่มไหม
- จะมีฝ่ายบริการลูกค้าหรือเปล่า
- ต้องมีพื้นที่สำหรับลูกค้าเข้ามาประชุมหรือไม่
คำถามเหล่านี้ช่วยให้วางเลย์เอาต์ได้ยืดหยุ่น และรองรับการเติบโตโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่ใหม่เร็วเกินไป
4. ห้องประชุมควรออกแบบจากการใช้งานจริง
หลายบริษัทเลือกห้องประชุมจากขนาดพื้นที่ที่เหลือ แต่จริงๆ แล้วควรเริ่มจากพฤติกรรมการใช้งาน
ลองถามตัวเองก่อนว่า
- ประชุมพร้อมกันกี่คน
- มีลูกค้าเข้ามาที่บริษัทบ่อยแค่ไหน
- ประชุมออนไลน์เป็นประจำหรือไม่
- ต้องใช้จอทีวีหรืออุปกรณ์นำเสนอหรือเปล่า
เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ได้ การเลือกขนาดห้องและโต๊ะประชุมก็จะง่ายขึ้น และยังช่วยใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ากว่าเดิม
5. อย่ารอให้เอกสารล้นโต๊ะแล้วค่อยหาที่เก็บ
แม้หลายธุรกิจจะใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น แต่เอกสารสำคัญ เช่น สัญญา เอกสารบัญชี และเอกสารภาษี ยังจำเป็นต้องจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
สิ่งที่พี่ยศเจอบ่อยคือ หลายบริษัทไม่ได้วางพื้นที่สำหรับตู้เอกสารตั้งแต่แรก
ผลคือ เมื่อใช้งานจริงกลับต้องหามุมวางตู้เพิ่ม ทำให้ทางเดินแคบ พื้นที่ทำงานดูไม่เป็นระเบียบ และเสียพื้นที่โดยไม่จำเป็น
หากวางตำแหน่งพื้นที่จัดเก็บตั้งแต่ช่วงออกแบบออฟฟิศ จะช่วยให้ทุกส่วนใช้งานได้ลงตัว และยังรองรับการขยายเอกสารในอนาคตได้ง่ายกว่า
สำหรับธุรกิจที่มีพื้นที่จำกัด การเลือกขนาดตู้เอกสารให้เหมาะกับจำนวนพนักงานและลักษณะงาน ตั้งแต่วันแรก ถือเป็นวิธีใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุดวิธีหนึ่งครับ
6. ระบบสำนักงานพร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรกหรือยัง
หลายบริษัทให้ความสำคัญกับการตกแต่งออฟฟิศ แต่กลับลืมตรวจสอบ “ระบบ” ที่อยู่เบื้องหลัง
ผลคือ วันแรกที่พนักงานเข้าทำงานจริง อินเทอร์เน็ตยังใช้ไม่ได้ ปลั๊กไฟไม่ตรงตำแหน่ง หรือระบบเครือข่ายยังไม่พร้อม ส่งผลให้การทำงานสะดุดตั้งแต่วันแรก
ก่อนย้ายเข้า ลองเช็กให้ครบว่า
- อินเทอร์เน็ตติดตั้งและทดสอบแล้ว
- ระบบเครือข่ายพร้อมใช้งาน
- ปลั๊กไฟและช่องร้อยสายไฟอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานจริง
- ระบบกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัยพร้อมใช้งาน
- เครื่องปรับอากาศและระบบไฟฟ้าทำงานปกติ
พี่ยศมองว่า “ออฟฟิศพร้อมใช้” ไม่ได้หมายถึงเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งครบ แต่หมายถึงทุกคนสามารถเริ่มงานได้ทันทีเมื่อเปิดประตูเข้ามาครับ
7. พื้นที่ทำงานควรออกแบบให้เหมาะกับทีม ไม่ใช่แค่สวย
ออฟฟิศที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่ควรช่วยให้ทีมทำงานได้สะดวกในทุกวัน
ก่อนเลือกโต๊ะทำงาน ลองดูจำนวนคนและลักษณะการทำงานของทีมก่อน
- ทีมเริ่มต้น 1–4 คน โต๊ะทำงานขนาด 1.2 ม. ก็เพียงพอ และช่วยควบคุมงบประมาณได้ดี
- ทีมประมาณ 5–10 คน โต๊ะทำงานกลุ่ม (Coworking) ช่วยใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า และทำให้การสื่อสารภายในทีมคล่องตัวขึ้น
- หากมีแผนขยายทีมในอนาคต ควรเผื่อพื้นที่ไว้ตั้งแต่แรก เพื่อไม่ต้องรื้อเลย์เอาท์ใหม่
จากประสบการณ์ของทีมพี่ยศ หลายบริษัทเลือกโต๊ะจากดีไซน์เป็นหลัก แต่เมื่อใช้งานจริงกลับพบว่าเดินลำบาก วางอุปกรณ์ไม่พอ หรือเพิ่มพนักงานอีกเพียงไม่กี่คนก็ต้องจัดพื้นที่ใหม่ทั้งหมด
การวางเลย์เอาท์ให้สอดคล้องกับการทำงานจริง จึงคุ้มค่ากว่าการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สวยเพียงอย่างเดียว
8. เก้าอี้ทำงานคือการลงทุนระยะยาวของทีม
เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับโต๊ะทำงานมากกว่าเก้าอี้
แต่จากประสบการณ์ของพี่ยศ ลูกค้าที่กลับมาปรึกษาหลังเปิดออฟฟิศ ส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนโต๊ะ กลับเป็นการเปลี่ยนเก้าอี้ เพราะพนักงานต้องนั่งทำงานวันละหลายชั่วโมง
เก้าอี้ที่รองรับสรีระ ปรับระดับได้ และมีการรับประกันที่ชัดเจน จะช่วยให้ใช้งานได้สบายขึ้น ลดปัญหาการเปลี่ยนสินค้าในระยะยาว และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับทีม
บางครั้ง การลงทุนเพิ่มกับเก้าอี้ที่เหมาะสมตั้งแต่แรก อาจคุ้มค่ากว่าการต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งสำนักงานในอีกไม่กี่ปี
9. วางแผนการจัดซื้อและติดตั้งให้จบในครั้งเดียว
หลายคนคิดว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์จากหลายร้านจะช่วยประหยัดงบ
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เพิ่มขึ้นกลับเป็น “ต้นทุนแฝง”
ทั้งการประสานงานหลายฝ่าย การรอสินค้าคนละรอบ การติดตั้งไม่พร้อมกัน หรือสีและขนาดของเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เข้ากัน
พี่ยศเคยเจอหลายโครงการที่ต้องเลื่อนวันย้ายเข้า เพราะรอสินค้าบางรายการเพียงชิ้นเดียว
ถ้าวางแผนกับผู้ให้บริการที่สามารถช่วยดูแลตั้งแต่การวางเลย์เอาท์ จัดส่ง และติดตั้งได้ครบในที่เดียว จะช่วยลดความยุ่งยาก และทำให้การเปิดออฟฟิศเป็นไปตามแผนมากกว่า
10. เลือกพาร์ตเนอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต ไม่ใช่แค่ขายเฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของออฟฟิศ
สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมีคนช่วยวางแผนให้พื้นที่ทุกตารางเมตรใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
นี่คือแนวคิดที่พี่ยศและทีมพี่ยศใช้ในการดูแลลูกค้าเสมอ
เริ่มจากการทำความเข้าใจธุรกิจ จำนวนพนักงาน งบประมาณ และรูปแบบการทำงาน ก่อนจะแนะนำเลย์เอาท์และเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม
เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ออฟฟิศสวย แต่คือการทำให้ออฟฟิศ “พร้อมทำงาน” และพร้อมเติบโตไปกับธุรกิจ
ภายใต้แนวคิด “คุ้มค่าเพื่อ SME”

5 ข้อผิดพลาดที่ SME เจอบ่อยเมื่อเปิดออฟฟิศใหม่
จากประสบการณ์ของพี่ยศ หลายปัญหาไม่ได้เกิดจากงบประมาณไม่พอ แต่เกิดจากการวางแผนไม่ครบตั้งแต่ต้น
| ข้อผิดพลาด | ผลกระทบ | วิธีป้องกัน |
| เลือกพื้นที่จากจำนวนพนักงานปัจจุบันเท่านั้น | พื้นที่ไม่พอเมื่อทีมขยาย ต้องปรับออฟฟิศใหม่ | วางแผนเผื่อการเติบโตในอีก 2–3 ปี |
| ซื้อเฟอร์นิเจอร์ก่อนวางเลย์เอาท์ | ต้องย้ายตำแหน่ง หรือซื้อสินค้าเพิ่ม | ออกแบบพื้นที่ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์ |
| ตั้งงบเฉพาะค่าเฟอร์นิเจอร์ | มีค่าใช้จ่ายแฝงจนงบบานปลาย | แบ่งงบทั้งโครงการและเตรียมงบสำรอง |
| มองข้ามระบบสำนักงาน | วันแรกของการทำงานเกิดปัญหาทันที | ตรวจสอบระบบทั้งหมดก่อนย้ายเข้า |
| ซื้อสินค้าจากหลายผู้ขาย | ประสานงานยาก ส่งมอบไม่พร้อมกัน | เลือกผู้ให้บริการที่ดูแลภาพรวมได้ |
พี่ยศอยากฝากไว้
สิ่งที่ประหยัดที่สุด ไม่ใช่การซื้อของถูกที่สุด
แต่คือการวางแผนให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
หลายโครงการที่ทีมพี่ยศเข้าไปดูแล ลูกค้าไม่ได้กังวลว่าโต๊ะตัวไหนถูกกว่าอีกเจ้า แต่กังวลว่าจะย้ายเข้าออฟฟิศได้ทันหรือไม่ งบจะบานปลายหรือเปล่า และจะต้องกลับมาแก้ไขอีกกี่รอบ
ถ้าวางแผนพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ และกำหนดลำดับการทำงานให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น คุณจะประหยัดทั้งงบประมาณ เวลา และลดความวุ่นวายได้มากกว่าการพยายามต่อรองราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว
สรุปจากพี่ยศ
การเปิดออฟฟิศใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของสถานที่ แต่เป็นการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ
ตลอดหลายปีที่พี่ยศได้มีโอกาสเข้าไปดูแลลูกค้า SME หลายแห่ง สิ่งที่เห็นเหมือนกันแทบทุกครั้งคือ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ผิด แต่เกิดจากการวางแผนไม่ครบตั้งแต่ต้น
เมื่อเริ่มจากการเข้าใจจำนวนคน ลักษณะการทำงาน งบประมาณ และทิศทางการเติบโตของธุรกิจ การตัดสินใจเรื่องพื้นที่และเฟอร์นิเจอร์ก็จะง่ายขึ้น ใช้งบได้คุ้มกว่า และลดการแก้ไขที่ไม่จำเป็นในอนาคต
ออฟฟิศที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุดหรือใช้งบมากที่สุด
แต่ออฟฟิศที่ดี คือออฟฟิศที่ช่วยให้คนในทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมเติบโตไปกับธุรกิจในระยะยาว

หากกำลังวางแผนเปิดออฟฟิศใหม่ ปรึกษาทีมพี่ยศก่อนได้ครับ
หากคุณกำลังเตรียมเปิด ย้าย หรือขยายออฟฟิศ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดพื้นที่อย่างไรให้ใช้งบคุ้มค่า พี่ยศและทีมพี่ยศยินดีช่วยวางแผนตั้งแต่เริ่มต้น
เราเริ่มจากการทำความเข้าใจธุรกิจของคุณ ก่อนแนะนำแนวทางจัดวางพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับจำนวนพนักงาน งบประมาณ และรูปแบบการทำงาน เพื่อให้ออฟฟิศพร้อมใช้งานจริง และรองรับการเติบโตในอนาคต
เพราะสำหรับ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ (Jaisu Furniture) เป้าหมายไม่ใช่เพียงการขายเฟอร์นิเจอร์ แต่คือการช่วยให้เจ้าของธุรกิจ SME ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า ทำงานง่ายขึ้น และเติบโตได้อย่างมั่นใจ
หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมพี่ยศเพื่อ
- ขอคำปรึกษาการวางเลย์เอาท์ออฟฟิศ
- ขอใบเสนอราคาตามงบประมาณ
- นัดชมสินค้าจริงที่โชว์รูม
- ดูตัวอย่างผลงานติดตั้งจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
FAQ
เปิดออฟฟิศใหม่ควรเริ่มวางแผนจากอะไรก่อน?
เริ่มจากการกำหนดจำนวนพนักงาน รูปแบบการทำงาน งบประมาณ และการวางเลย์เอาท์พื้นที่ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์ เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นที่ชัดเจนแล้ว การเลือกโต๊ะทำงาน เก้าอี้ และตู้เอกสารจะง่ายขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการแก้ไขหน้างานในภายหลัง
ควรเผื่อพื้นที่สำหรับการขยายทีมมากแค่ไหน?
หากธุรกิจมีแผนเติบโตในอีก 2–3 ปี ควรเผื่อพื้นที่สำหรับพนักงานเพิ่ม รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องประชุม พื้นที่จัดเก็บเอกสาร และมุมพักผ่อน เพราะการวางแผนตั้งแต่แรกมักคุ้มค่ากว่าการรื้อออฟฟิศใหม่เมื่อทีมขยาย
ธุรกิจขนาดเล็กควรเลือกโต๊ะแบบไหน?
สำหรับทีมเริ่มต้น โต๊ะทำงานขนาด 1.2 ม. ถือว่าเพียงพอและช่วยควบคุมงบประมาณได้ดี หากทีมเริ่มมี 5–10 คน การเลือกโต๊ะทำงานกลุ่ม (Coworking) จะช่วยใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า และส่งเสริมการทำงานร่วมกันมากกว่า
ยังจำเป็นต้องมีตู้เอกสารหรือไม่ หากใช้ระบบดิจิทัลแล้ว?
ยังจำเป็นครับ เพราะเอกสารสำคัญ เช่น สัญญา เอกสารบัญชี และเอกสารภาษี หลายประเภทต้องจัดเก็บเป็นต้นฉบับ การวางพื้นที่สำหรับตู้เอกสารตั้งแต่ช่วงออกแบบออฟฟิศจึงช่วยให้ออฟฟิศเป็นระเบียบ และรองรับการใช้งานในระยะยาว
จะควบคุมงบประมาณในการเปิดออฟฟิศใหม่ได้อย่างไร?
สิ่งสำคัญคือการมองภาพรวมของทั้งโครงการ ไม่ใช่เฉพาะค่าเฟอร์นิเจอร์ ควรวางงบสำหรับงานระบบ ค่าขนย้าย ค่าติดตั้ง และเผื่องบสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินงาน วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องงบบานปลายได้มากกว่า

พี่ยศ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ผู้ก่อตั้ง ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ที่มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงเฟอร์นิเจอร์สำนักงานคุณภาพดี ด้วยความเชี่ยวชาญในวงการเฟอร์นิเจอร์มากว่า 10 ปี ภายใต้แนวคิด คุ้มค่าเพื่อ SME มีบริการติดตั้งทั่วไทย ลูกค้าไว้ใจพร้อมลองของจริง



