แนวทางการออกแบบออฟฟิศตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic Office) พิชิตโรคออฟฟิศซินโดรม

แนวทางการออกแบบออฟฟิศตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic Office) พิชิตโรคออฟฟิศซินโดรม

สรุปแนวทางการออกแบบออฟฟิศตามหลักสรีรศาสตร์ 

การออกแบบออฟฟิศตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic Office) เพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม ทำได้โดยการเลือกใช้เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพที่มีระบบพนักพิงปรับระดับรองรับกระดูกเอว (Lumbar Support) และที่เท้าแขนปรับได้ ร่วมกับการนำโต๊ะทำงานปรับระดับไฟฟ้ามาใช้เพื่อส่งเสริมการนั่งสลับยืนทำงาน รวมถึงการจัดวางระยะหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดี และการปรับแสงสว่างในพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม ซึ่งช่วยลดอาการปวดเมื่อย เพิ่มประสิทธิภาพงาน และสร้างสวัสดิการที่ดีให้แก่พนักงานในองค์กร 

กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมกลายเป็นหนึ่งในปัญหาระดับองค์กรที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน อัตราการลาป่วย และความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ฝ่ายบริหาร และฝ่ายจัดซื้อยุคใหม่จึงไม่ได้มองว่าการจัดซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเป็นเพียงการซื้อของใช้งานทั่วไป แต่มองเป็นการลงทุนด้านสวัสดิการและสุขภาวะ (Welfare & Well-being) การออกแบบออฟฟิศตามหลักสรีรศาสตร์ หรือ Ergonomic Office ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพเรื้อรังได้อย่างยั่งยืนและคุ้มค่าที่สุด

การเลือกเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ หัวใจสำคัญของ Ergonomic Office

เก้าอี้สำนักงานถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ร่างกายพนักงานต้องสัมผัส และใช้งานต่อเนื่องยาวนานที่สุดวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง การเลือกเก้าอี้ธรรมดาที่ไม่รองรับสรีระจะส่งผลให้หมอนรองกระดูกสันหลังรับแรงกดทับเกินขนาด นำไปสู่อาการปวดหลังส่วนล่าง คอ และไหล่เรื้อรัง

การลงทุนในเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพที่ผ่านการออกแบบตามหลักกายศาสตร์ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เช่น เก้าอี้สุขภาพรุ่น Super Ergo A จากใจสู้เฟอร์นิเจอร์ ที่มาพร้อมพนักพิงผ้าตาข่ายระบายอากาศได้ดี มีระบบรองรับเอวและหลังส่วนล่าง (Lumbar Support) ที่ปรับระดับตามสรีระของผู้นั่งได้จริง ช่วยรักษาแนวโค้งของกระดูกสันหลังให้อยู่ในท่าธรรมชาติ หรือรุ่น Ergo Air Pro ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันการปรับระดับเบาะนั่ง ความสูงพนักพิง และที่เท้าแขนแบบปรับมิติได้รอบทิศทาง ช่วยลดความเกร็งตึงของกล้ามเนื้อบ่าไหล่ขณะพิมพ์งานตลอดวัน

จัดโซนทำงานสลับยืนด้วยโต๊ะปรับระดับไฟฟ้าเพื่อการเคลื่อนไหวที่สมดุล

นอกเหนือจากเก้าอี้สุขภาพแล้ว การส่งเสริมให้พนักงานขยับปรับเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการออกแบบออฟฟิศเพื่อสุขภาพ การนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานานเกินไปทำให้ระบบไหลเวียนโลหะทำงานช้าลง และทำให้สมองอ่อนล้า

การนำโต๊ะทำงานปรับระดับไฟฟ้าเข้ามาจัดวางในพื้นที่ทำงานหรือห้องบริหาร เช่น โต๊ะทำงานปรับระดับ ขนาด 1.6–1.8 ม. (ตู้ซ้าย/ขวา) จะช่วยให้พนักงานสามารถ นั่งสลับยืนทำงาน ได้อย่างราบรื่นด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ปรับระดับความสูงนุ่มนวลและมั่นคง การสลับยืนทำงานช่วงสั้นๆ วันละ 15 ถึง 30 นาที ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ลดแรงกดทับบริเวณกระเบนเย็บ และช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานได้อย่างเห็นได้ชัด สำหรับผู้ประกอบการ และฝ่าย HR ที่สนใจการจัดโซน นั่งสลับยืน ในออฟฟิศ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ จัดมุมทำงานนั่งสลับยืนในออฟฟิศอย่างไร ให้พนักงานได้ขยับร่างกายอย่างถูกสรีระ เพื่อนำไปปรับใช้ในองค์กร

เทคนิคการเลือกเก้าอี้สุขภาพให้เหมาะกับสรีระและตำแหน่งงาน

พนักงานแต่ละตำแหน่ง และแต่ละบุคคลมีความสูง สัดส่วนร่างกาย และรูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนกัน การเลือกเก้าอี้แบบเดียวกันทั้งหมดอาจไม่ตอบโจทย์สรีระของทุกคน การทำความเข้าใจวิธีเลือกสเปกเก้าอี้ให้เข้ากับลักษณะงานจะช่วยให้การจัดซื้อคุ้มค่าสูงสุด

ผู้จัดซื้อควรพิจารณาจากเก้าอี้ที่มีจุดปรับระดับได้หลากหลาย โดยเฉพาะเบาะนั่งที่ปรับความลึกได้ และพนักพิงที่ปรับมุมเอนล็อกได้หลายระดับ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาคู่มือการคัดเลือกเก้าอี้สุขภาพอย่างละเอียด สามารถอ่านต่อได้ในบทความ เทคนิคการเลือกเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพให้เหมาะกับสรีระพนักงานแต่ละตำแหน่ง เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า

การปรับแสงสว่างและระยะหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อลดอาการล้า 

การออกแบบ Ergonomic Office ที่สมบูรณ์แบบ ต้องครอบคลุมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยเฉพาะแสงสว่าง และตำแหน่งการวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ การตั้งหน้าจอต่ำหรือสูงเกินไปจะบังคับให้พนักงานก้มหรือเงยคอโดยไม่รู้ตัว นำไปสู่อาการปวดคอและสะบักจม

การติดตั้งขาจับจอที่ปรับระดับได้ ร่วมกับการจัดแสงไฟสว่างพอดีที่ไม่เกิดแสงสะท้อนบนหน้าจอ จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของดวงตา และกล้ามเนื้อส่วนบนได้อย่างมาก ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ประกอบการสามารถอ่านเช็กลิสต์การปรับแสง และระยะหน้าจอได้ที่บทความ ปรับแสงสว่าง และตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศ เพื่อลดความอ่อนล้าของสายตา และคอบ่าไหล่ เพื่อเติมเต็มออฟฟิศเพื่อสุขภาพให้สมบูรณ์แบบที่สุด

หากต้องการอัปเกรดออฟฟิศ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ผู้จัดจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 10 ปี พร้อมช่วยคัดสรรเก้าอี้ Ergo Air Pro, Super Ergo A และโต๊ะทำงานปรับระดับ ขนาด 1.6–1.8 ม. (ตู้ซ้าย/ขวา) ในราคาคุ้มค่าเพื่อ SME จัดส่งและติดตั้งรวดเร็วภายใน 7 วันจบ งบไม่บานปลาย

3 thoughts on “แนวทางการออกแบบออฟฟิศตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic Office) พิชิตโรคออฟฟิศซินโดรม

  1. Pingback: ปรับแสง และตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศ ลดล้าคอบ่าไหล่

  2. Pingback: เทคนิคเลือกเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ เหมาะกับตำแหน่งงาน

  3. Pingback: จัดมุมทำงานนั่งสลับยืนในออฟฟิศ ขยับร่างกายถูกสรีระ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ ข้อมูลเพิ่มเติม