หลายบริษัทเวลาซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ มักมองแค่ “ราคา” แต่จริง ๆ แล้ว หากเลือกอย่างเหมาะสม วิธีคิดจะไม่ใช่เพียงการซื้อของเข้าบริษัท แต่เป็นการลงทุนที่ช่วยวางแผนภาษี ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของธุรกิจได้พร้อมกัน
พี่ยศอยากแชร์มุมที่เจ้าของ SME หลายคนอาจมองข้าม เพราะบางครั้งการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงานให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ทั้งด้านวัสดุ อายุการใช้งาน และเอกสารทางบัญชี อาจช่วยประหยัดเงินบริษัทได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทในระยะยาว
สรุปสั้น ๆ ซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศให้คุ้มต้องดูอะไรบ้าง?
การซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศให้คุ้มสำหรับบริษัทควรพิจารณา 3 เรื่องหลัก ได้แก่
|
ความคุ้ม |
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
ประโยชน์ต่อธุรกิจ |
|---|---|---|
|
คุ้มด้านภาษี |
การบันทึกเป็นสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคา |
ช่วยลดกำไรสุทธิที่นำไปคำนวณภาษี |
|
คุ้มด้าน VAT |
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ |
สามารถใช้ภาษีซื้อหักออกจากภาษีขายได้ตามเงื่อนไข |
|
คุ้มด้านการใช้งาน |
วัสดุ ความแข็งแรง การรับประกัน และบริการหลังการขาย |
ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือซื้อทดแทน |
ดังนั้น อย่าเปรียบเทียบเพียงราคาต่อชิ้น แต่ควรดู “ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน” ควบคู่กันด้วย
คุ้มต่อที่ 1 เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศบันทึกเป็นสินทรัพย์และหักค่าเสื่อมได้
เฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ซื้อมาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการและเข้าเกณฑ์ตามนโยบายบัญชีของบริษัท สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ของบริษัทได้ เช่น
ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ทรัพย์สินประเภทอื่นซึ่งสึกหรอหรือเสื่อมราคาได้ สามารถหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาได้ในอัตราไม่เกิน 20% ของมูลค่าต้นทุน ทั้งนี้ อัตราและวิธีการบันทึกจริงต้องเป็นไปตามนโยบายบัญชี และเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
หากบริษัทใช้วิธีเส้นตรง และหักค่าเสื่อมในอัตรา 20% ต่อปี ก็จะเท่ากับทยอยรับรู้ค่าเสื่อมเป็นเวลาประมาณ 5 ปี
พี่ยศขอยกตัวอย่างแบบเข้าใจง่าย
- ซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศราคา 100,000 บาทก่อน VAT
- บันทึกเป็นสินทรัพย์ของบริษัท
- หากหักค่าเสื่อมแบบเส้นตรงในอัตรา 20% อาจบันทึกค่าเสื่อมได้ประมาณปีละ 20,000 บาท
- ค่าเสื่อมดังกล่าวช่วยลดกำไรสุทธิที่นำไปคำนวณภาษีในแต่ละปี
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างกรณีใช้งานครบปี ในปีแรกอาจต้องคำนวณตามระยะเวลาที่เริ่มใช้สินทรัพย์จริง และจำนวนภาษีที่ประหยัดได้ไม่ได้เท่ากับค่าเสื่อม 20,000 บาทโดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับผลกำไร อัตราภาษี และเงื่อนไขทางบัญชีของบริษัทด้วย
สำหรับ SME บางช่วงอาจมีมาตรการภาษีเฉพาะหรือสิทธิหักค่าเสื่อมในรูปแบบอื่น พี่ยศแนะนำให้ตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีหรือผู้สอบบัญชีอีกครั้งก่อนใช้สิทธิ เพื่อให้เหมาะกับรอบบัญชีของแต่ละบริษัท
สรุปง่ายๆ คือ การซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในกิจการไม่ได้ให้เพียงของใช้ในสำนักงาน แต่ยังสามารถนำมาวางแผนค่าใช้จ่าย และภาษีของบริษัทได้อย่างเป็นระบบ
คุ้มต่อที่ 2 ภาษีซื้อ VAT ใช้หักภาษีขายได้เมื่อเอกสารถูกต้อง
เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับเจ้าของ SME ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศจากร้านที่ออก “ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ” ได้ จะช่วยให้บริษัทสามารถนำภาษีซื้อไปใช้คำนวณหักออกจากภาษีขายได้ตามเงื่อนไข
ตัวอย่างกรณีราคาสินค้ายังไม่รวม VAT
- ราคาเฟอร์นิเจอร์ 100,000 บาท
- VAT 7% จำนวน 7,000 บาท
- ยอดชำระรวม 107,000 บาท
ภาษีซื้อจำนวน 7,000 บาทไม่ได้ถือเป็นส่วนลดเงินสดจากร้านค้า แต่บริษัทที่จด VAT อาจนำไปหักออกจากภาษีขายในการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้ หากรายการซื้อนั้นเกี่ยวข้องกับกิจการ มีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ และไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้าม
ก่อนออกใบกำกับภาษี ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน ได้แก่
- ชื่อบริษัท
- ที่อยู่ตามทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- สำนักงานใหญ่หรือเลขที่สาขา
- รายละเอียดสินค้าและจำนวนเงิน
- จำนวน VAT ที่แยกออกจากราคาสินค้าอย่างชัดเจน
หากได้รับเพียงบิลเงินสดหรือเอกสารที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน บริษัทอาจไม่สามารถนำ VAT ไปใช้เป็นภาษีซื้อได้ จึงควรแจ้งข้อมูลบริษัทแก่ร้านค้าก่อนออกเอกสารทุกครั้ง
ที่ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ เราสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ พร้อมส่งไฟล์เอกสารให้ฝ่ายบัญชีตรวจสอบและประสานงานได้ทันที ช่วยลดปัญหาข้อมูลผิด เอกสารไม่ครบ หรือต้องติดตามเอกสารย้อนหลัง
คุ้มต่อที่ 3 เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทนและใช้งานได้นานกว่าระยะค่าเสื่อม
ในทางบัญชี เฟอร์นิเจอร์อาจทยอยหักค่าเสื่อมประมาณ 5 ปี แต่ในชีวิตจริง หากเลือกวัสดุและโครงสร้างที่เหมาะสม เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นอาจใช้งานต่อได้ 8–10 ปีโดยยังอยู่ในสภาพดี
คุณสมบัติที่ควรพิจารณา เช่น
- หน้าท็อปไม้เมลามีนที่ทนต่อรอยขีดข่วนและทำความสะอาดง่าย
- โครงเหล็กพ่นสีที่ช่วยลดปัญหาสนิม
- ขาโต๊ะเหล็กที่แข็งแรงและเหมาะกับการใช้งานประจำ
- เก้าอี้สำนักงานหรือเก้าอี้ Ergonomic ที่รองรับสรีระและน้ำหนักผู้ใช้งาน
- บานพับ รางลิ้นชัก และอุปกรณ์ประกอบที่มีอะไหล่เปลี่ยน
- การรับประกันและบริการหลังการขายที่มีรายละเอียดชัดเจน
นั่นหมายความว่า เมื่อเฟอร์นิเจอร์ทยอยหักค่าเสื่อมครบแล้ว หากสินค้ายังใช้งานได้ดี บริษัทก็ยังไม่ต้องรีบใช้งบประมาณซื้อทดแทน
พี่ยศสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า
5 ปีแรก = ทยอยบันทึกค่าเสื่อมตามหลักบัญชี
หลังจากนั้น = หากยังใช้งานได้ บริษัทก็ช่วยเลื่อนค่าใช้จ่ายในการซื้อใหม่ออกไป
นี่คือเหตุผลที่หลายบริษัทเลือกจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อซื้อของที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และซ่อมบำรุงได้ เพราะเมื่อคำนวณต้นทุนเฉลี่ยต่อปีแล้ว อาจคุ้มกว่าการซื้อของราคาถูกแต่ต้องเปลี่ยนใหม่บ่อยครั้ง

ตัวอย่างคำนวณต้นทุนกรณีซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคา 10,000 บาท
สมมติว่าเฟอร์นิเจอร์มีราคาก่อน VAT 10,000 บาท บริษัทจะชำระเงินจริงรวม 10,700 บาท โดยแยกเป็น
- ราคาสินทรัพย์ 10,000 บาท ซึ่งอาจนำไปบันทึกค่าเสื่อมตามเงื่อนไข
- ภาษีซื้อ VAT 700 บาท ซึ่งอาจนำไปหักออกจากภาษีขายได้
- ยอดเงินสดที่จ่ายในวันซื้อ 10,700 บาท
บริษัทจ่ายเงิน 10,700 บาทจริงในวันที่ซื้อ แต่เมื่อพิจารณาภาษีซื้อและการทยอยบันทึกค่าเสื่อม ต้นทุนสุทธิทางธุรกิจอาจต่ำกว่ายอดเงินสดที่จ่าย ทั้งนี้ ผลประหยัดจริงขึ้นอยู่กับสถานะภาษีและผลประกอบการของแต่ละบริษัท
เช็กลิสต์ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศสำหรับบริษัท
ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ พี่ยศแนะนำให้ตรวจสอบอย่างน้อย 7 เรื่อง
- จำนวนผู้ใช้งานและลักษณะงาน
พนักงานนั่งประจำ ใช้โต๊ะร่วมกัน หรือทำงานแบบ Hybrid มีความต้องการต่างกัน - ขนาดพื้นที่สำนักงาน
วัดพื้นที่ ทางเดิน ตำแหน่งประตู และจุดปลั๊กไฟให้เรียบร้อยก่อนเลือกขนาดโต๊ะหรือตู้ - ความแข็งแรงของวัสดุ
ตรวจสอบความหนาของหน้าท็อป โครงสร้าง ขาโต๊ะ อุปกรณ์ประกอบ และน้ำหนักที่รองรับได้ - ความสบายในการใช้งาน
โต๊ะและเก้าอี้ควรมีความสูงเหมาะสมกับสรีระ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง - ราคาโดยรวมหลังติดตั้ง
สอบถามให้ชัดเจนว่าราคารวมค่าจัดส่ง ประกอบ ติดตั้ง และขนย้ายขึ้นอาคารแล้วหรือไม่ - การรับประกันและบริการหลังการขาย
ตรวจสอบระยะเวลารับประกัน เงื่อนไขการเคลม และความพร้อมของอะไหล่ - เอกสารสำหรับฝ่ายบัญชี
ยืนยันว่าร้านค้าสามารถออกใบเสนอราคา ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารประกอบที่บริษัทต้องการได้
หากเปรียบเทียบครบทั้ง 7 ข้อนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการซื้อผิดขนาด ได้สินค้าที่ไม่เหมาะกับงาน หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลังสั่งซื้อ
ซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ อย่าดูแค่ราคา แต่ต้องดูความคุ้มทั้งระบบ
เฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่แพงที่สุดหรือถูกที่สุด แต่ควรตอบโจทย์บริษัทได้ครบทั้งด้านการใช้งาน งบประมาณ และเอกสารทางบัญชี ได้แก่
- แข็งแรงและเหมาะกับการใช้งานจริง
- ช่วยให้สำนักงานดูเป็นมืออาชีพ
- สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์และหักค่าเสื่อมได้ตามเงื่อนไข
- มีใบกำกับภาษีและเอกสารถูกต้อง
- มีการรับประกันและบริการหลังการขาย
- ช่วยลดต้นทุนการซ่อมและซื้อทดแทนในระยะยาว
ที่ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ เราไม่ได้ขายเพียงเฟอร์นิเจอร์ แต่ช่วยให้ธุรกิจเลือกซื้อได้คุ้มตั้งแต่การวางแผนสินค้า เลือกวัสดุ ตรวจสอบขนาดพื้นที่ ไปจนถึงการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบและจัดเตรียมเอกสารให้ฝ่ายบัญชี
เพราะสำหรับ SME การควบคุมต้นทุนอย่างถูกวิธี คือส่วนหนึ่งของกำไรที่เห็นผลได้จริงในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ
Q:ซื้อเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศสามารถหักภาษีได้หรือไม่?
A: หากซื้อเพื่อใช้ในการประกอบกิจการและเข้าเกณฑ์ตามนโยบายบัญชี บริษัทสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์และทยอยนำค่าเสื่อมราคาไปเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้ ไม่ใช่การนำราคาซื้อทั้งหมดไปหักออกจากภาษีที่ต้องชำระโดยตรง
Q: เฟอร์นิเจอร์สำนักงานคิดค่าเสื่อมกี่ปี?
A: ทรัพย์สินประเภทอื่นที่สึกหรอหรือเสื่อมราคาได้ สามารถหักค่าเสื่อมได้ในอัตราไม่เกิน 20% ของมูลค่าต้นทุน หากใช้วิธีเส้นตรงในอัตราสูงสุด จึงมีระยะเวลาประมาณ 5 ปี ทั้งนี้ต้องพิจารณานโยบายบัญชีและวันที่เริ่มใช้งานจริงประกอบด้วย
Q: บิลเงินสดใช้หัก VAT ได้หรือไม่?
A: หากบิลเงินสดไม่มีรายละเอียดครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ โดยทั่วไปจะไม่สามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ บริษัทควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ระบุข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขายอย่างถูกต้อง
Q: บริษัทที่ไม่ได้จด VAT ได้ประโยชน์จาก VAT 7% หรือไม่?
A: บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่สามารถนำภาษีซื้อไปหักออกจากภาษีขายได้ การบันทึก VAT เป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายต้องพิจารณาตามลักษณะรายการและนโยบายบัญชีของกิจการ
Q: ซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคาถูกหรือเลือกของทน แบบไหนคุ้มกว่า?
A: ควรเปรียบเทียบต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่ดูเพียงราคาซื้อ หากสินค้าราคาแพงกว่าเล็กน้อยแต่ใช้งานได้นาน มีอะไหล่และบริการหลังการขาย ต้นทุนเฉลี่ยต่อปีอาจต่ำกว่าสินค้าราคาถูกที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนบ่อย
Q: ต้องเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อออกใบกำกับภาษี?
A: ควรเตรียมชื่อบริษัท ที่อยู่ตามทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และข้อมูลสำนักงานใหญ่หรือสาขา พร้อมตรวจสอบความถูกต้องก่อนให้ร้านค้าออกเอกสาร
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และหลักภาษีเบื้องต้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาด้านบัญชีหรือภาษีโดยเฉพาะ บริษัทควรตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนบันทึกรายการและใช้สิทธิทางภาษี

พี่ยศ ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ผู้ก่อตั้ง ใจสู้ เฟอร์นิเจอร์ ที่มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงเฟอร์นิเจอร์สำนักงานคุณภาพดี ด้วยความเชี่ยวชาญในวงการเฟอร์นิเจอร์มากว่า 10 ปี ภายใต้แนวคิด คุ้มค่าเพื่อ SME มีบริการติดตั้งทั่วไทย ลูกค้าไว้ใจพร้อมลองของจริง



